“Welcome to Yokohama”     ได้เวลาไปโยโกฮาม่าแล้ว ว่าแล้วก็จับรถไฟสายโชนันชินจูกุทันที มี JR Kanto Pass ไม่ต้องเสียอะไรเพิ่มแล้ว พอออกมาจากสถานี JR คือตกใจ เมืองสวยมากอารมณ์เดียวกับตอนที่เจอ Washington DC ครั้งแรก

                    แม้จะเต็มไปด้วยตึกสูงเพราะเป็นหนึ่งในเมืองธุรกิจ แต่โยโกฮาม่าก็ยังสามารถทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความสงบในทุกที่ที่ไป เริ่มต้นที่ Yamachita park สวนสาธารณะกลางเมืองและเป็นสวนสาธารณะติดทะเลที่เก่าแก่ที่สุดก็ว่าได้ สวนนี้คือความเหงา มีแต่คนมานั่งจีบกันหรือไม่ก็พาหมามาเดิน แม้ว่ารอบข้างจะมีรถราที่วิ่งสวนกันหรือใครจะรีบมาจากที่ใดก็ตาม แต่เมื่อมาถึงที่แห่งนี้แล้วมวลแห่งความใจเย็นจะทำงานทันที จากการเดินทางที่เมื่อยล้ามาทั้งวัน การที่ได้นั่งที่นี่ มองสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวอย่างพินิจก็ทำให้หายเหนื่อยได้ไม่ยากเลย

 

 

ณ โยโกฮาม่า ทุกที่มีน้ำ น้ำนำมาซึ่งความสงบ, มุมหนึ่งของ Yamachita Park

                 จาก Yamachita Park เดินตามป้ายเพื่อจะไป Cup noodle museum อีกสถานที่ที่ถือว่าเป็น landmark ของเมืองนี้ แต่ระหว่างทางเราได้พบกับ Yokohama Cosmo World สวนสนุกใจกลางเมืองโยโกฮาม่าที่มีสัญลักษณ์เป็นชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ล่อตาล่อใจเราอยู่ จะว่าไปการจัดผังเมืองของโยโกฮาม่าก็ถือว่าทำได้ดีเพราะเราไม่ค่อยเห็นสวนสนุกที่อยู่ใจกลางเมืองขนาดนี้ เป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจริงๆ

ถ้าได้ขึ้นไปอยู่บนนั้นจะเหมือนได้ขึ้นสวรรค์หรือเปล่านะ

ชิวแค่ไหนถามใจตัวเองดูได้เลย

                     ในที่สุดก็มาถึง Cup noodle museum หลังจากประสบความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์บะหมี่ถ้วยกึ่งสำเร็จรูป บริษัทนิชชินก็เปิดพิพิธภัณฑ์บะหมี่ถ้วยขึ้นมาเพื่อให้คนทั่วไปได้รู้ถึงความเป็นมาของการผลิตสินค้าชนิดนี้ ภายในมีบะหมี่ตั้งแต่แรกเริ่มผลิตมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังสามารถทำบะหมี่ถ้วยในแบบฉบับของตัวเองได้ด้วย ทางด้านหลังของพิพิธภัณฑ์จะเป็นลานกว้างที่ติดกับทะเล สามารถออกมานั่งพักผ่อนรับลมทะเลได้ เวลาห้าโมงเย็นเป็นช่วงเวลาเลิกงาน ผู้คนต่างพากันกลับบ้าน แต่ก็มีบางส่วนเลือกที่จะจบวันที่แสนเหนื่อยล้าด้วยการพักผ่อนที่นี่ ที่นี่เราได้เห็นคุณยายพาสุนัขมาเดินเล่น เห็นคุณตามาเดินออกกำลัง คนหนุ่มสาวมานั่งวาดรูปและเขียนงาน ชายหนุ่มนั่งมองทะเลที่อยู่ไกบออกไปราวกับค้นหาอะไรบางอย่าง ที่นี่เราได้เห็นว่าคนญี่ปุ่นรักสุขภาพเพียงใด คนญี่ปุ่นรักสุนัขขนาดไหน เป็นลานกว้างริมทะเลที่มีความหลากหลายแต่ร่วมกันได้อย่างลงตัว

 

ถ้วยแรกเกิดวันที่ 18 กันยายน 1971

บางอันก็เกิดไม่ทันจริงๆ นี่แค่ส่วนหนึ่งของนิชชินเท่านั้น ของจริงตัวจริง

แบบจำลองครัวที่ทำบะหมี่ถ้วยในสมัยก่อน พร้อมโมเดลบะหมี่ที่เหมือนจริงจนอยากจะลวกเส้นเดี๋ยวนั้น

              ญี่ปุ่นไม่เคยทำให้ผิดหวังด้านเทคโนโลยีเลย เป็นการบรรยายความเป็นมาได้ทันสมัยและน่าสนใจที่สุด นิทรรศการในแต่ละห้องถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบและดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี ส่วนที่ให้ความรู้ก็ไม่ได้ยัดเยียดและเป็นการสรุปสิ่งที่เข้าใจยากให้เข้าใจง่าย ส่วนที่จัดแสดงสิ่งของก็เรียงลำดับได้เป็นอย่างดี ใส่ใจในทุกรายละเอียด

Advertisement

และนี่คือคำมั่นสัญญาที่นิชชินให้ไว้

                จบจาก Cup noodle museum แล้ว แต่วันนี้ของเรายังไม่จบเพราะเราจะไปกินราเม็งส่งท้ายวันที่พิพิธภัณฑ์ราเม็งที่ย่าน Shin – yokohama กัน การเดินทางก็ด้วยรถไฟ JR ลงที่สถานที Shin-yokohama ได้เลย เดินตามป้ายบอกทางก็จะถึงที่พิพิธภัณฑ์แล้ว ชินโยโกฮาม่าถือเป็นอีกหนึ่งย่านธุรกิจที่มีความวุ่นวาย โดยรวมแล้วเมืองนี้มีความคล้ายวอชิงตัน ดีซีจริงๆ แต่ในขณะเดียวกันเรื่องการบริการท่องเที่ยวก็ไม่ได้ตกหล่น ป้ายบอกทางทุกอย่างชัดเจนเดินไปตามป้ายไม่มีหลงแน่นอน บ้านเมืองสะอาดมากและเป็นระเบียบมาก มีไม่กี่เมืองใหญ่ในโลกที่จะประทับใจได้ขนาดนี้

ศิลปะมีอยู่ทุกที่ เพียงแค่เรามองให้ทั่ว

                    ความตั้งใจเดียวของเราคือ กินราเม็ง เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์เลย บอกเล่าถึงความประทับใจเล็กๆน้อยๆของเราหน่อยดีกว่า ตอนที่มาถึงก็จัดการตัวเองแล้วเดินมาที่ร้านราเม็ง จนกระทั่งนึกขึ้นได้ว่า ลืมไกด์บุ๊ค! เอาล่ะสิทำยังไงถ้าหายคงแย่แน่ เลยวิ่งไปที่เค้าเตอร์เพื่อถามหาของ แล้วพนักงานก็ยื่นเจ้าไกด์บุ๊คมาให้เราพร้อมบอกว่าเจอในห้องน้ำแต่เรียกเราไว้ไม่ทัน คิดว่ายังไงเราก็จะมาเอาคืนแน่ๆ เธอพูดภาษาอังกฤษได้เลยสื่อสารกันได้ง่ายหน่อย เธอบอกว่าถ้ามีโอกาสเธอจะมาเที่ยวเมืองไทย อยากเห็นเชียงใหม่มาก ฝอยมาเยอะแล้ว ไปดูหน้าตาอาหารเย็นในวันนี้เลยดีกว่า ราเม็งจากคิวชู จำชื่อเต็มภาษาญี่ปุ่นไม่แล้ว

 

      นุ่ม เข้มข้น เต็มรสชาติ นี่คือสามสิ่งที่ป๊อปอัพเข้ามาในหัวหลังจากที่สูดคำแรกเข้าปาก ทั้งย้ำซุปที่เคี่ยวกระดูกหมูมาเต็มที่ ซอสปรุงรสก้อนสีแดงด้านบนก็เพิ่มรสชาตให้รสจัดขึ้นไปอีกแต่เข้ากันได้ดีกับความเข้มข้นของน้ำซุป เส้นที่นุ่มไม่เละจนเกินไป หมูชาชูที่พอดีคำในปริมาณที่พอดีให้หายอยาก บวกกับความยิ้มแย้มแจ่มใสเต็มใจบริการ มอบให้ 10 10 10 สามผ่านค่ะ

  การเดินทางในวันที่ของการเที่ยว Yokohama จบลงแล้ว บอกลาด้วยภาพบรรยากาศเมืองโยโกฮาม่าแล้วกัน โดยสรุปคือเมืองนี้ดีงามมาก ถ้ามีโอกาสจะกลับไปโยโกฮาม่าอีก เป็นความวุ่นวายที่เงียบสงบและอยู่ไม่ไกลจากโตเกียวเลย

เรือเดินสมุทรนิปปงมารุ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คของโยโกฮาม่า เรือใหญ่กลางเมืองใหญ่ที่อยู่กันอย่างลงตัว

ตรงไปเป็นทะเล มิน่าล่ะลมเย็นตลอดทั้งวัน

Yokohama
Yokohama

ตะวันหลับตา ขอบฟ้าก็ทาสีดำ

แสงอาทิตย์ให้ความสว่างในตอนกลางวันฉันใด แสงไฟก็มาแทนในยามค่ำคืนฉันนั้น…

 

By  ลาแนจ

สงวนลิขสิทธิ์ห้ามนำภาพถ่ายและบทความไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเด็ดขาด

Advertisement

Comments