ผมเชื่อว่าคงไม่ค่อยมีใครจินตนาการว่าได้ไปอยู่ท่ามกลางฝูงสุนัขจิ้งจอก(ที่ไม่ได้มีความน่ากลัวเหมือนในกับในนิทานหรือตามสารคดีอะไรโหดๆแบบนั้นแต่จิ้งจอกที่นี่ล้วนแล้วแต่น่ารักดูเหมือนกับตุ๊กตาเลย)

              หมู่บ้านจิ้งจอก(Fox Village) ที่ญี่ปุ่นแห่งนี้มิยางิ(Miyagi) บริเวณเทือกเขาใกล้ๆ Shiroishi  เมื่อไปถึงคุณตะพบกับสุนัขจิ้งจอก 6 พันธุ์ เช่น จิ้งจอกแดง จิ้งจอกขาว ซึ่งอยู่ในเขตอนุรักษ์ และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมเมื่อปี พ.ศ.2533  เมื่อคุณไปถึงหมู่บ้านแห่งนี้คุณต้องเข้าใจว่าคุณไปในฐานะแขกที่เจ้าบ้านอย่างจิ้งจอกจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระสามารถอยู่ที่ไหนก็ได้ตามใจต้องการ

             แต่จริงๆแล้วเมื่อมาเที่ยวหมู่บ้านจิ้งจอกแห่งนี้ส่วนแรกของหมู่บ้านจะออกแนวคล้ายๆกับสวนสัตว์เล็ก(petting zoo) ตรงนี้จะมีสุนัขจิ้งจอกแค่ไม่กี่ตัวครับ จะมีทั้งที่ถูกล่ามเอาไว้และส่วนที่อยู่ในกรง นอกจากนี้ก็จะมีสัตว์น่ารักๆอื่นๆอย่างกระต่าย ม้าแคระ แล้วก็แพะ ที่เหมาะกับการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

Advertisement

             ส่วนที่เป็นไฮไลท์สำคัญก็คือหมู่บ้านจิ้งจอกที่จะอยู่ทางด้านหลังประตู ในบริเวณส่วนนี้ก็จะเป็นบริเวณที่ได้ทำการเปิดให้สุนัขจิ้งจอกจำนวนมากสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระ ในบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยจำนวนมาก และมีการสร้างบ้านเล็กให้จิ้งจอกเอาไว้ได้ใช้หลบแดด หลบฝนด้วย สุนัขจิ้งจอกในนี้มีให้ชมกันแทบทุกสี  บางตัวเมื่อเห็นนักท่องเที่ยวก็จะรีบวิ่งเข้ามาดู(ไม่แน่ใจว่าชินกับนักท่องเที่ยวและรู้ว่ามีโอกาสจะได้อาหารไปกินรึเปล่า) แต่ก็จะมีบางตัวที่ออกแนวระแวงไม่กล้าเข้าใกล้ ในขณะที่บางตัวก็มีเหมือนกันที่ไม่ได้สนใจว่าใครจะมาใครจะไปนอนอย่างเดียว  คุณสามารถซื้ออาหารเพื่อนำไปเลี้ยงเจ้าของบ้านได้ในราคาถุงละประมาณ 100 เยน แต่ก็มีกฏของที่นี่อยู่เช่นกันที่โดยจะมีเจ้าหน้าที่อธิบายรวมทั้งป้าย สัญลักษณ์บอกว่าแบบไหนห้ามทำ ที่จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดครับ เช่น ห้ามเอาอาหารให้กับสุนัขจิ้งจอกที่อยู่ในกรงและห้ามให้อาหารจากมือเพราะอาจ จะถูกกัดได้ แต่ให้ใช้วิธีการโยนไปให้มันกินเอง หลังจากที่คุณให้อาหารบางตัว  เมื่อให้อาหารไปแล้วบางตัวก็จะเดินตามไปเพราะคิดว่าเดี๋ยวอาจจะได้กินของอร่อยๆอีก แต่อย่างไรก็ตามถึงคุณจะเอ็นดูมันแค่ไหนก็ไม่ควรเอามือไปแตะหรือเล่นกับมันเพราะจิ้งจอกนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ป่าที่มีสัญชาติญาณการระวังภัยสูงคุณอาจจะถูกกัดได้ แต่นักท่องเที่ยวบางคนดูเหมือนไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ครับคงจะทนความน่ารักไม่ไหว

               ในเขตอนุรักษ์แห่งนี้ไม่ได้มีแต่จิ้งจอกเท่านั้นยังมีศาลเจ้าเก่าแก่และประตูโทริอิ(torii)  ซึ่งเป็นบริเวณนี้จะมีความสวยงามจากธรรมชาติไม่น้อยเลยทีเดียว

 

การเดินทางมาที่หมู่บ้านจิ้งจอก

เขตอนุรักษ์แห่งนี้จะอยู่ใกล้ๆกับเมือง ชิโรอิชิ(Shiroishi) สามารถเดินทางด้วยรถไฟหรือรถไฟด่วนจากสถานีรถไฟ Shiroishi โดยจะแล่นเข้ามาในส่วนของเทือกเขา คุณจะได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงามระหว่างทางได้ด้วย และหากว่ามาในช่วงที่เข้าสู่ฤดูที่ใบไม้เปลี่ยนสี พอลงรถไฟแล้วจากนั้นก็จะต้องใช้บริการของรถแท็กซี่เพื่อเข้ามาอีกที ใช้เวลาราว 30 นาที

ค่าใช้จ่ายเพื่อเข้าชม  จะมี 2 ราคา คือ สำหรับผู้ใหญ่ 700 เยน และเด็ก 400 เยนสำหรับเด็ก แต่นี่เป็นช่วงเดือนทั่วๆไปแต่หากว่าเกิดมาเดือนเมษายน ราคาก็จะเพิ่มขึ้นเป็นผู้ใหญ่ 1,000 เยน ใครมาเที่ยวญี่ปุ่นนั้นอย่าพลาดมายังที่นี่เด็ดขาดครับความน่ารักของจิ้งจอกเหล่านี้จะทำให้คุณประทับใจแน่นอน

             ผมเชื่อว่าคงไม่ค่อยมีใครจินตนาการว่าได้ไปอยู่ท่ามกลางฝูงสุนัขจิ้งจอก(ที่ไม่ได้มีความน่ากลัวเหมือนในกับในนิทานหรือตามสารคดีอะไรโหดๆแบบนั้นแต่จิ้งจอกที่นี่ล้วนแล้วแต่น่ารักดูเหมือนกับตุ๊กตาเลย)               หมู่บ้านจิ้งจอก(Fox Village) ที่ญี่ปุ่นแห่งนี้มิยางิ(Miyagi) บริเวณเทือกเขาใกล้ๆ Shiroishi  เมื่อไปถึงคุณตะพบกับสุนัขจิ้งจอก 6 พันธุ์ เช่น จิ้งจอกแดง จิ้งจอกขาว ซึ่งอยู่ในเขตอนุรักษ์ และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมเมื่อปี พ.ศ.2533  เมื่อคุณไปถึงหมู่บ้านแห่งนี้คุณต้องเข้าใจว่าคุณไปในฐานะแขกที่เจ้าบ้านอย่างจิ้งจอกจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระสามารถอยู่ที่ไหนก็ได้ตามใจต้องการ              แต่จริงๆแล้วเมื่อมาเที่ยวหมู่บ้านจิ้งจอกแห่งนี้ส่วนแรกของหมู่บ้านจะออกแนวคล้ายๆกับสวนสัตว์เล็ก(petting zoo) ตรงนี้จะมีสุนัขจิ้งจอกแค่ไม่กี่ตัวครับ จะมีทั้งที่ถูกล่ามเอาไว้และส่วนที่อยู่ในกรง นอกจากนี้ก็จะมีสัตว์น่ารักๆอื่นๆอย่างกระต่าย ม้าแคระ แล้วก็แพะ ที่เหมาะกับการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก              ส่วนที่เป็นไฮไลท์สำคัญก็คือหมู่บ้านจิ้งจอกที่จะอยู่ทางด้านหลังประตู ในบริเวณส่วนนี้ก็จะเป็นบริเวณที่ได้ทำการเปิดให้สุนัขจิ้งจอกจำนวนมากสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระ ในบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยจำนวนมาก และมีการสร้างบ้านเล็กให้จิ้งจอกเอาไว้ได้ใช้หลบแดด หลบฝนด้วย สุนัขจิ้งจอกในนี้มีให้ชมกันแทบทุกสี  บางตัวเมื่อเห็นนักท่องเที่ยวก็จะรีบวิ่งเข้ามาดู(ไม่แน่ใจว่าชินกับนักท่องเที่ยวและรู้ว่ามีโอกาสจะได้อาหารไปกินรึเปล่า) แต่ก็จะมีบางตัวที่ออกแนวระแวงไม่กล้าเข้าใกล้ ในขณะที่บางตัวก็มีเหมือนกันที่ไม่ได้สนใจว่าใครจะมาใครจะไปนอนอย่างเดียว  คุณสามารถซื้ออาหารเพื่อนำไปเลี้ยงเจ้าของบ้านได้ในราคาถุงละประมาณ 100 เยน แต่ก็มีกฏของที่นี่อยู่เช่นกันที่โดยจะมีเจ้าหน้าที่อธิบายรวมทั้งป้าย สัญลักษณ์บอกว่าแบบไหนห้ามทำ ที่จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดครับ เช่น ห้ามเอาอาหารให้กับสุนัขจิ้งจอกที่อยู่ในกรงและห้ามให้อาหารจากมือเพราะอาจ จะถูกกัดได้ แต่ให้ใช้วิธีการโยนไปให้มันกินเอง หลังจากที่คุณให้อาหารบางตัว  เมื่อให้อาหารไปแล้วบางตัวก็จะเดินตามไปเพราะคิดว่าเดี๋ยวอาจจะได้กินของอร่อยๆอีก แต่อย่างไรก็ตามถึงคุณจะเอ็นดูมันแค่ไหนก็ไม่ควรเอามือไปแตะหรือเล่นกับมันเพราะจิ้งจอกนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ป่าที่มีสัญชาติญาณการระวังภัยสูงคุณอาจจะถูกกัดได้…

รีวิว

การเดินทาง
ราคา
ความน่าสนใจ

รวม

หมู่บ้านจิ้งจอกที่มิยางิ น่ารักมากครับการมาเที่ยวที่นี่คุณจะประทับใจความน่ารักของเจ้าพวกสุนุขจิ้งจอกเหล่านี้อย่างแน่นอน อีกทั้งธรรมชาติในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่ก็สวยงามมากเช่นกัน

User Rating: 3.65 ( 1 votes)
79

Advertisement

Comments