เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วงคนมาเที่ยวญี่ปุ่นคงจะต้องนึกถึงภาพความสวยงามของใบไม้ต่างๆที่พากันเปลี่ยนสีทำให้พื้นที่บริเวณนั้นสวยงามเหมือนกับภาพวาด ไม่ว่าจะเป็นใบเมเปิ้ล ที่มีสีส้มหรือแดง ส่วนใบของต้นแปะก๊วยก็จะออกสีเหลือง หลายคนพอถึงช่วงเวลานี้ก็จะเริ่มเสาะหาแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีกัน ดังนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่สำหรับการมาชมใบไม้เปลี่ยนสีของเมืองเกียวโตกันครับ

เกียวโตเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นที่ยังคงมีกลิ่นอายความเก่าของวัฒนธรรมและสิ่งก่อสร้างต่างๆและธรรมชาติก็ยังคงความสวยงามอีกด้วย และโดยเฉพาะใบไม้เปลี่ยนสีที่วัดดังแห่งเกียวโต 4 แห่งนี้ที่ไม่ควรพลาดเลย

วัดน้ำใส
  1. Kiyomizu-dera Temple หรือวัดน้ำใส หากจะบอกว่าเป็นวัดที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆของญี่ปุ่นก็ไม่ผิดแน่นอน วัดน้ำใสแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองเกียวโตที่นี่ถือสถานที่ชมใบไม้แดงที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะถ้าหากเข้ามาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่วัด ในช่วงกลางคืน ก็จะได้ดูไฟที่ถูกประดับบนต้นเมเปิ้ลอีกด้วยค่าเข้าชม : กลางวันคนละ 300 เยน / กลางคืนคนละ 400 เยน
    เวลาทำการ : เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่ 6:00-18:00 น. และจะทำการเปิดให้เข้ามาเที่ยวในเวลากลางคืนเฉพาะบางช่วงของเดือน 3, 8, 11 เท่านั้น

วิธีเดินทาง : 
–  รถประจำทางสาย 100, 206 จากป้ายรถบัส Gojo-zaka ลงป้าย Kiyomizu-michi เดินประมาณ 10-15 นาที
–  รถไฟจากสถานี Kiyomizu-Gojo Station (Keihan Railway Line) ถึงแล้วก็เดินมาใช้เวลาประมาณ 20 นาที

หมายเหตุ : ตั้งแต่เดือน มกราคม 2017 วัดน้ำใสจะทำการปิดซ่อมแซมในส่วนของอาคารหลักภายในวัด จนกระทั่งถึงปี 2020

Tofukuji Temple 
Tofukuji Temple

2. Tofukuji Temple วัด Tofukuji อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกียวโต ความสวยงามและโดเด่นของวัดนี้อยู่ที่ต้นเมเปิ้ลที่มีอยู่มากกว่า 2,000 ต้น เป็นวัดยอดนิยมสำหรับการมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สุดอีกวัดหนึ่งเลยทีเดียว

Advertisement

ค่าเข้าชม : ค่าเข้าชมแบ่งเป็น 2 ส่วน คนละ 400 เยน (สำหรับชมสะพาน Tsutenkyo และ Kaisando Hall) และอีก 400 เยน สำหรับการเข้าไปชมส่วนของโบสถ์หลักและสวนหิน
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 9:00-16:00 น. (ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เดือนพฤศจิกายน-ต้นธันวาคม เปิดให้บริการ 8:30-16:30 น.)
วิธีเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kyoto นั่งรถJR Nara Line มาลงสถานี Tofukuji จากนั้นก็เดินประมาณ 10 นาที หรือถ้าใครไม่อยากเดินก็สามารถนั่งรถบัส  南5 แล้วก็มาลงที่ป้าย Tofukuji-Michi

Ruriko-in Temple
Ruriko-in Temple

3. Rurikō-in Temple  หรือ วัด Rurikō-in ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีระเบียงสวยที่สุดในเกียวโต ทำให้เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากอีกแห่งหนึ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เวลาผู้มาเที่ยวเมื่อมาอยู่ที่ระเบียงจะสามารถมองเห็นใบไม้และเงาสะท้อน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาชมเป็นอย่างมาก

ค่าเข้าชม : คนละ 2,000 เยน (เดือนตุลาคมถึงต้นเดือนธันวาคม)
เวลาทำการ : เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่ 10:00-16:30 น.
วิธีเดินทาง : 
– รถประจำ จากสถานี Kyoto, Hankyu Kawaramachi และสถานี Demachiyanagi มาลงที่ Ohara แล้วลงที่ป้าย Yase-hieizanguchi
– รถไฟนั่งรถราง Eiden (Eizan Electric Railway) สายหลัก โดยหากมาจากใจกลางเกียวโต ให้ขึ้นที่สถานี Demachiyanagi ไปลงสุดสายที่สถานี Yase-hieizanguchi และเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

Kodaiji Temple
Kodaiji Temple

4. Kodaiji Temple วัด Kodaiji  สำหรับวัดสุดท้ายที่เราจะมาแนะนำก็คือวัด Kodaiji  จุดเด่นของวัดแห่งนี้อยู่ที่สวนหินที่มีชื่อเสียง และการแต่งสวนสไตล์ Tsukiyama โดยเป็นการแต่งสวนโดยทำเป็นเนินเตี้ยและเอาหินขนาดใหญ่มาประดับตกแต่งอย่างสวยงาม และก็มีต้นเมเปิ้ลอยู่เรียงรายเข้ากับสวนได้เป็นอย่างดี และนอกจากนี้ในช่วงกลางคืนก็ยังมีการจัดประดับไฟในตอนกลางคืนอีกด้วย

ค่าเข้าชม : คนละ 600 เยน
เวลาทำการ : เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่ 9:00-17:00 น. (สามารถเข้าชมช่วงใบไม้เปลี่ยนสีได้จนถึง 21:30 น.)
วิธีการเดินทาง : นั่งรถประจำทางสาย 100, 110, 206 จาก Kyoto มาลงที่ป้าย Kiyomizu-michi จากนั้นก็เดินเข้าไปในซอยใช้เวลาประมาณ 5 นาที

และนี่ก็คือ 4 วัดดังของเกียวโตที่เหมาะมากๆกับการมาชมใบไม้เปลี่ยนสีใครมาเที่ยวเกียวโตในช่วงนั้นก็ลองวางแผนเที่ยวกันได้เลยครับ

Advertisement

Comments