Home เกร็ดความรู้ทั่วไป

เกร็ดความรู้ทั่วไป

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับญีุ่ป่น

            หากจะพูดถึงการชมใบไม้เปลี่ยนสีแล้วมีหลายสถานที่ๆมีความสวยงาม มีชื่อเสียงและเป็นทีนิยมของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งสถานที่หนึ่งซึ่งเหมาะสมมากๆสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีก็คือการบริเวณที่มีปราสาทต่างๆนั่นเองครับ             เราจึงเห็นได้ว่าพอเข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี นักท่องเที่ยวที่มาชมปราสาทในหลายๆที่ๆมีสวนอยู่รอบๆปราสาทก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เพราะเป็นความสวยงามของธรรมชาติที่ผสมผสานเข้ากับปราสาทโบราณที่ดูแข็งแกร่งงามสง่าแต่เข้ากันได้อย่างลงตัวมากเลยทีเดียวครับ อย่างเช่นที่ปราสาทต่างๆต่อไปนี้ปราสาทโอกายม่า      หรือ Okayama Castle  หรือที่รู้จักกันในฉายาที่เรียกว่า “ปราสาทอีกา”  ซึ่งก็มาจากการที่สีของปราสาทเป็นสีดำเหมือนกับอีกานั่นเอง  เมื่อเข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ใบไม้เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีส้ม ก็จะตัดกับสีของปราสาทโอกายาม่าที่มีสีดำกลายเป็นภาพที่แปลกตาสวยงามอย่างมาก                   ช่วงเวลาของใบไม้เปลี่ยนสี :   เริ่มตั้งแต่ประมาณกลางเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน  ...
              หากพูดเรื่องของนาข้าวขั้นบันไดแล้ว ที่สวยงามและมีชื่อเสียงหลายคนก็อาจจะนึกถึงที่ประเทศเวียดนามหรือจีนเป็นที่แรกๆ แต่ว่าการเที่ยวญี่ปุ่นเองก็มีให้เห็นเหมือนกันครับ             โดยเฉพาะบริเวณส่วนกลางของประเทศซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มจึงเป็นเหมือนกับศูนย์กลางทางด้านการเพาะปลูก การทำเกษตรกรรมที่สำคัญมาก นอนกจากเรื่องผลผลิตแล้วนาข้าวเหล่านี้ยังให้สิ่งพิเศษในเรื่องความสวยงามที่น่าประทับใจมากๆอีกด้วยครับ  อย่างเช่นที่นาข้าวขั้นบันไดบนภูเขา นอกเขตหมู่บ้านที่ชื่อว่ามิตสุเซะ(Mitsuse) ซึ่งอยู่ในพื้นที่ทางชนบทของเมืองซากะ(Saga)    ส่วนวิวของนาข้าวขั้นบันไดนั้นจะมีความสวยงามมากแค่ไหนก็ลองไปดูกันในคลิปวีดีโอจากมุมสูงทางด้านล่างนี้ได้เลยครับ รับรองว่าสวยมากจริงๆ               นอกจากนี้  ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าว บริเวณนี้ก็จะมีดอกไม้ชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า ดอกฮิกาบานะ (Higanbana) หรือในอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า red spider lily...
             คนที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วไปเที่ยวตามศาลเจ้าต่างๆนั้นก็คงจะเห็นบริเวณหนึ่งของศาลเจ้าที่มีการเอาแผ่นไม้เล็กๆแขวนอยู่และมีตัวอักษรเขียนลงไปในแผ่นไม้นั้นกันใช่มั๊ยครับ              หรือแม้แต่คนที่ดูการ์ตูนหรือหนังญี่ปุ่นก็คงจะผ่านตากันมาอย่างแน่นอน ซึ่งหลายคนก็คงจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นการเขียนคำอธิษฐานหรือความต้องการของตนเองลงไปเพื่อขอพรให้สำเร็จนั่นเอง แต่ทีนี้เรามาลองดูความหมายแบบลึกซึ้งหรือที่มาของแผ่นไม้อันนี้ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า เอะมะ หรือ ema (絵馬)   แปลความหมายก็คือ "ภาพม้า" นั่นเอง            เอะมะเป็นเครื่องรางอย่างหนึ่งของญี่ปุ่น  แต่เหตุใดถึงได้แปลว่าภาพม้าหรือภาพของม้า ? คำตอบก็คือ ในสมัยก่อนนั้นคนญี่ปุ่นที่จะมาขอพรจากเทพเจ้าที่ศาลเจ้าต่างๆนั้นจะนิยมนำม้าที่มีสีขาวเพื่อเอามาถวายให้เทพเจ้าที่สถิตอยู่ เพราะความเชื่อของคนที่นี่เชื่อกันว่าม้านั้นเป็นสัตว์ที่มีความพิเศษตรงที่ใช้เป็นสื่อระหว่างคนกับเทพเจ้าได้นั่นเอง(คงคล้ายๆกับสุนัขจิ้งจอก) แต่ว่าในภายหลังนั้นประเพณีหรือความเชื่อเรื่องที่ว่าจะต้องนำม้าสีขาวมาถวายก็ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นการถวายม้าที่ทำมาจากไม้หรือการวาดรูปม้าลงบนไม้แทน ท้ายที่สุดก็มาเป็นการเขียนคำอธิษฐานลงไปอย่างที่เราเห็นกันในทุกวันนี้นั่นเองครับ           คำว่า...
                การได้ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆนอกจากจะเพื่อเที่ยวชมสถานที่เท่านั้น การได้กินของกินประจำท้องถิ่นก็เป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยครับ และหากมาเที่ยวฮิโรชิม่าแล้วก็ต้องไม่พลาดกับโอโคโนมิยากิครับ                 นอกจากการไปเที่ยวเกาะมิยาจิม่าที่โด่งดัง รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของฮิโรชิม่าแล้ว ก็จะต้องมาลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ก็คือ "โอโคโนมิยากิ" หรือเรียกอีกอย่างว่าพิซซ่าแบบญี่ปุ่น ซึ่งแม้ว่าจะเป็นอาหารที่มีขายทั่วไปในญี่ปุ่นแต่สำหรับที่ฮิโรชิม่าแล้วที่นี่มีความพิเศษกว่าที่อื่นครับจึงเรียกกันว่า "โอโคโนมิยากิ ฮิโรชิม่าสไตล์" นั่นเอง            ส่วนที่ว่าแตกต่างกันกับที่อื่นตรงไหนนั้นก็คือว่าโอโคโนมิยากิที่ฮิโรชิม่านั้นพ่อครัวจะทำการใส่เส้นยากิโซบะลงไปเป็นส่วนผสมด้วย และนอกจากนี้ส่วนที่เป็นแป้งกับวัตถุดิบอื่นๆนั้นก็จะถูกแยกออกจากกันเป็นชั้นๆไม่รวมกัน เช่น เส้นอุด้ง,อาหารทะเล,หมู,กะหล่ำปลี  และจะปิดท้ายด้วยการใฃ้แผ่นแป้งที่บางๆ  รับประทานกับซอสรสเลิศ ที่ใครได้ลองก็ต้องบอกว่าโอโคโนมิยากิที่ฮิโรชิม่านี้เด็ดกว่าที่อื่นจริงๆครับ     ...
                คิดว่าหลายๆคนคงเคยเห็นภาพถ่ายของ Crop Circle หรือรูปสัญลักษณ์ที่มีความพิเศษเฉพาะตัวโดยจะเป็นลวดลายหรือรูปทรงต่างๆ  ซึ่งมักจะปรากฎอยู่ในหลายๆประเทศโดยเฉพาะ ทุ่งข้าวบาเล่ย์ ทุ่งข้าวโพด ทุ่งข้าวสาลี              ซึ่งบางคนก็มีความเชื่อว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวทำขึ้นมา แต่หลายคนก็บอกว่าเป็นฝีมือของคนเรานี่ละ แต่ว่าในวันนี้หากใครมาเที่ยวญี่ปุ่นที่หมู่บ้านอินะกาดาเตะ(Inakadate)ใน อาโอโมริ (Aomori)  คุณก็จะเห็นอะไรคล้ายแบบนั้นแต่เท่กว่ามากครับ เพราะเป็นการสร้างสรรค์ของชาวนาที่นี่ได้สร้างสรรค์ลวดลายต่างๆขึ้นบนท้องทุ่งชนิดที่ต้องบอกว่าน่าทึ่งมากๆเลยทีเดียวครับ โดยเป็นการพัฒนาพันธุ์ข้าวต่างๆให้มีจำนวนสายพันธุ์มากขึ้นเพื่อทำให้มีสีที่แตกต่างกันด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับท้องถิ่นนั่นเอง แต่จะสวยงามแค่ไหนและมีลวดลายอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ                    ...
             แม้ว่าจะเป็นประเทศที่เจริญก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีมากที่สุดในโลก แต่คนญี่ปุ่นก็ยังมีความเชื่อถือที่สืบเนื่องมาจากโบราณอยู่หลายอย่างเลยทีเดียวครับ              ใครที่ชื่นชอบการเที่ยวญี่ปุ่นและวัฒนธรรมของที่นี่ วันนี้เราจะพามาดูสัญลักษณ์แห่งความโชคดีของคนญี่ปุ่นกันครับ ตามมาดูกันเลยครับ  Daruma หรือ Daruma Doll เป็นตุ๊กตาไม้ของญี่ปุ่น คล้ายกับตุ๊กตาล้มลุกตามปกติแล้วจะมีสีแดงแต่ก็มีสีอื่นด้วยเหมือนกัน การออกแบบจะคล้ายกับพระโพธืธรรมตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น สามารถหาซื้อได้ตามวัดพุทธในญี่ปุ่นทั่วไป คนญี่ปุ่นเชื่อว่าสามารถขอพรให้โชคดีหรือประสบความสำเร็จในสิ่งที่ต้องการได้ โดยวิธีการคือจะวาดตาข้างหนึ่งด้วยหมึกเมื่อเริ่มหรือตั้งความหวังในสิ่งที่ต้องการ และเมื่อสำเร็จแล้วจึงค่อยมาวาดตาอีกข้างให้สมบูรณ์Teru Teru Bozu  หรือว่าตุ๊กตาไล่ฝนนั่นเอง นี่น่าจะเป็นสิ่งที่คนไทยรู้จักดีที่สุดอย่างหนึ่งมานาน เพราะได้ดูการ์ตูนเรื่องอิคคิวซังงนั่นเอง โดยตุ๊กตานี้อาจจะทำมาจากผ้าหรือกระดาษก็ได้ ความเชื่อก็คือหากต้องการให้อากาศดีในวันรุ่งขึ้นก็ให้แขวนเอาไว้ในเวลากลางคืน แต่ถ้าหากว่าไม่อยากเดินทางก็ให้กลับหัวตุ๊กตาลงEma  จะอยู่ตามศาลเจ้าของศาสนาชินโต เป็นแผ่นไม้ที่ให้ไว้สำหรับเขียนความปรารถนาที่ต้องการลงไป หลังจากเขียนเสร็จแล้วก็นำไปแขวนก็จะทำให้สมหวังอย่างที่ต้องการ เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นบางศาลเจ้าจะสังเกตุได้เลยว่าจะมีป้ายที่เขียนด้วยภาษาไทยอยู่ไม่น้อยเหมือนกันManeki Neko  หรือเจ้าแมวกวัก นี่ก็เป็นอีกอย่างที่คนไทยเรารู้จักกันดี มสามารถหาซื้อได้จากที่เมืองไทยก็ได้ไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่น...
                จุดประสงค์ของการมาเที่ยวญี่ปุ่นของหลายคนก็คือการได้เห็นภูเขาไฟฟูจิ(Mount Fuji) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่  การได้ถ่ายรูปหรือถ่ายวีดีโอที่มีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังแบบชัดๆนั้นถือว่าโชคดีพอสมควรเลยครับ เพราะบางคนมาก็เจอแต่หมอกเพราะอากาศปิดทั้งวัน                 และวันนี้ besttraveljapan.com ก็มี 7 สถานที่ๆน่าจะดีและชมภูเขาไฟฟูจินี้ได้อย่างสวยงามและชัดที่สุดมาฝากกันครับ หากใครยังไม่เคยมาเที่ยวญี่ปุ่นก็ลองเอาไปใช้เป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจดูได้เลย ตามกันมาเลยครับทะเลสาบคาวากูชิโกะ หรือบางคนก็เรียกคาวากูชิหรือคาวากูจิ (Lake Kawaguchiko) ที่นี่น่าจะเป็นที่ๆดีที่สุดในการชมภูเขาไฟฟูจิครับ ทะเลสาบแห่งนี้เป็น 1 ใน 5 ทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิ ที่นี่มีทั้งโรงแรมเรียวกังและออนเซนหลายแห่ง  ฮาโกเนะ (Hakone)  ฮาโกเนะหรือฮาโกเน่เป็นเมืองตากอากาศที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก มีโรงแรมและบ่อน้ำพุร้อนหลายแห่งเช่นเดียวกัน  ตั้งอยู่ในเขตอาชิงาระชิโมะ จังหวัดคานางาวะ...
            สำหรับวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับอาหารประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากของประเทศญี่ปุ่นที่เรียกกันว่า เบนโตะ (Bento) ครับ             เบนโตะ คือข้าวกล่องที่ทำไว้สำหรับนำติดตัวไปรับประทานตามสถานที่ต่างๆ หากจะบอกว่าเหมือนกับการหิ้วปิ่นโตของไทยก็พอได้ครับ  เพียงแต่รูปแบบการจัดวางอาหารนั้นใช้ความพิถีพิถันมาก ทำให้เพิ่มความน่ากินขึ้นไปอีกหลายเท่า โดยเฉพาะอาหารกลางวันของเด็กญี่ปุ่นนั้น คุณแม่จะตกแต่งออกมาอย่างสวยงาม น่ารัก ควบคู่ไปกับเรื่องรสชาติของอาหาร            แต่เรื่องราวของ Bento นั้น ไม่ใช่ว่าจะเพิ่งเริ่มเมื่อไม่นานมานี้ เพราะหากจะย้อนประวัติความเป็นมาของข้าวกล่องเบนโตะแล้วนั้นคุณจะต้องย้อนเวลากลับไปตั้งแต่ในยุคญี่ปุ่นโบราณสมัยโชกุน "Oda Nobunaga" (ราวศตวรรษที่16) กันเลยทีเดียว  เรียกได้ว่าเป็นตำนานอีก 1 เรื่องของญี่่ปุ่นก็คงพอได้เหมือนกัน  ...
              ปัญหาของนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ต้องเจอก็คือการจัดการกับกระเป๋าหรือสัมภาระที่นำติดตัวมาซึ่งใครมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วเอามาเยอะก็คงหนักพอสมควร ปัญหาก็คือค่อนข้างลำบากโดยเฉพาะเวลาจะต้องเดินทางจากเมืองหนึ่งไปอีกเมือง              แต่ปัญหานี้ก็แก้ไม่ยากเพราะสถานีรถไฟที่สำคัญในประเทศญี่ปุ่นหลายแห่งมีตู้เก็บของแบบหยอดเหรียญ(Coin locker) ไว้คอยให้บริการ สำหรับคนที่ไม่อยากแบกเป้หรือกระเป๋า ไปด้วยตลอด ซึ่งการใช้งานก็ไม่ยากเลยครับ เพราะมีภาพประกอบแบบละเอียดให้ดูกันทางด้านล่าง  ตู้เก็บของที่สถานีรถไฟ Gion-Shijō Station                 ช่องสำหรับเก็บของมีหลายขนาด หลายไซด์ให้เลือกตามความต้องการราคาก็ว่ากันไปตามขนาดครับ                              เอากระเป๋าที่ต้องการจะฝากใส่เข้าไปในช่องที่ว่างให้เรียบร้อย                 ทำตามขั้นตอนที่บอกไว้ได้เลยแม้จะเป็นภาษาญี่ปุ่นแต่ก็มีภาพประกอบอย่างละเอียด จึงไม่ยากส่วนใหญ่ก็จะต้องใช้เหรียญ 100 เยน  ราคาตามปกติสำหรับค่าเช่านั้นก็จะอยู่ที่ประมาณ  300 - 600 เยนทิปสำหรับการใช้งาน...
                  โอซาก้า เป็นเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น และเป็นอีก 1 เมืองที่นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยหรือคนชาติอื่นๆให้ความสนใจเมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเมืองใหญ่พอๆกับโตเกียวที่เป็นเมืองหลวงแต่ที่โอซาก้านี่กลับดูเหมือนแตกต่างกับโตเกียวอยู่มากพอสมควรเลยทีเดียว                  สำหรับคนไม่เคยมาเที่ยวโอซาก้า วันนี้เรามี 8 อย่างที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวโอซาก้ามานำฝากกันครับ แต่ก็คงจะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเพราะโอซาก้ามีหลายที่ๆน่าสนใจอยู่มากเลย แต่เราไปดุอันที่เจ๋งๆกันดีกว่าครับ1.  Dotonbori และ Namba   แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้าไปแล้ว ที่นี่เป็นย่านที่มีความเก่าแก่มาตั้งแต่อดีตเพราะเป็นบริเวณที่เป็นที่ตั้งของโรงละคร ในปัจจุบันคุณจะเห็นแสงสีจากแสงไฟที่มาจากร้านค้า ภัตตาคาร ร้านอาหาร รวมถึงร้านค้าอื่นๆ จำนวนมาก ไปตอนกลางวันจะไม่สวยเท่ากับกลางคืนครับ2. Tenjin Matsuri เทศกาลเทนจิน มัตซุริ เป็นงานเทศกาลเก่าแก่กว่าพันปีของโอซาก้า โดยจะจัดขึ้นในช่วงประมาณปลายเดือนกรกฎาคม ในงานจะมีขบวนแห่ การจุดพลุ การล่องเรือในแม่น้ำ  ฯลฯ  ที่มีความคึกคักและดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วไประเทศจำนวนมาให้มาเที่ยวโอซาก้า3.Universal Studios Japan  เป็นสวนสนุกระดับโลกสัญชาติอเมริกันที่ตั้งอยู่ในโอซาก้า คล้ายกับ...
                   สถานที่ทางศาสนาไม่ว่าจะเป็นที่ใดในโลกก็แล้วแต่ ถือว่าเป็นสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องไปถึงเรื่องความเชื่อความเคารพ รวมไปถึงจิตวิญญานของคนในประเทศนั้น                    ในประเทศญี่ปุ่นก็เช่นเดียวกันครับ วัดและศาลเจ้ามีอยู่มากมายเป็นหมื่นแห่งเลยทีเดียว ซึ่งเป็นสถานที่ๆควรจะต้องมาเมื่อได้มาเที่ยวญี่ปุ่น เพราะวัดและศาลเจ้าเหล่านี้หลายแห่งมีความเก่าแก่แฝงไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ มีความสวยงามทั้งจากอาคาร รูแปกะสลักรวมถึงบรรยากาศต่างๆภายบริเวณวัด หรือบางคนอยากไปเพื่อจะขอพรก็แล้วแต่ สำหรับนักท่องเที่ยวแล้วสิ่งสำคัญก่อนที่จะไปเที่ยววัดหรือศาลเจ้านั้นก็มีสิ่งที่ควรจะต้องทำความเข้าใจ ดังนี้ครับส่งเสียงดัง จริงๆแล้วนี่น่าจะเป็นหลักปฏิบัติตามหลักสากลอยู่แล้ว โดยเฉพาะกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อคุณเข้าไปเที่ยววัดหรือศาลเจ้าก็ไม่ควรทำอะไรเสียงดังเพราะจะไปรบกวนคนอื่น ยิ่งในญีปุ่นด้วยแล้วไม่ใช่แค่ในวัดตามสถานที่สาธารณะต่างๆก็ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง ใส่รองเท้าเข้าไปในอาคาร  วัดหรือศาลเจ้าจะมีชั้นสำหรับให้คุณถอดรองเท้าวางเอาไว้ก่อนเข้าไปสถานที่ภายในหรือบางแห่งก็อาจจะเป็นถุงพลาสติก นี่คือสิ่งที่ต้องทำตามไม่ใช่ว่าใครอยากจะถอดก็ได้หรือไม่ถอดก็ได้ สูบบุหรี่  ใครติดบุหรี่อยู่ก็ต้องจำไว้เลยว่าอย่าไปสูบบุหรี่ในวัดเด็ดขาด ไม่เพียงแค่ควันบุหรี่จะเหม็นจนสร้างความรำคาญให้ผู้อื่นแล้วก็ต้องรู้ด้วยว่าวัดในญี่ปุ่นหลายแห่งเคยเสียหายวอดวายมามากมายเพราะไฟมาแล้ว ในบริเวณวัดจึงเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับการสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด ถ่ายรูปทุกอย่าง...
             ญี่ปุ่นนั้นมีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่มากมายและก็ไม่ควรที่จะพลาดจริงๆครับที่จะลองไปสัมผัสเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น แน่นอนว่าอาจจะไม่ใช่ไปครั้งเดียวแล้วจะได้พบกับทุกย่างแต่หากใครมีโอกาสได้ไปบ่อยๆก็ต้องไม่พลาดกับสิ่งเหล่านี้ครับ          besttraveljapan.com จะขอมานำเสนอ 10 อย่างที่คุณจะต้องไปสัมผัสให้ได้เมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่จะมีอะไรบ้างนั้น ตามเราไปดูกันเลยครับไปวัดและศาลเจ้า  ทั่วประเทศญี่ปุ่นวัดอยู่ประมาณ 85,000 วัดและมีศาลเจ้าอีกประมาณ 95,000 แห่ง ทั้งวัดและศาลเจ้าเหล่านี้มีความสวยงามและเก่าแก่ มีอยู่ในแทบทุกเมืองโดยเฉพาะในเกียวโต การไปเที่ยววัดและศาลเจ้าจะทำให้คุณได้ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธื์และได้สัมผัสถึงวัฒนธรรม ความเชื่อของคนญี่ปุ่นกับสิ่งเหล่านี้อย่างแน่นแฟ้นมากๆ เที่ยวงานเทศกาล   ประเทศนี้เป็นประเทศซึ่งมีงานเทศกาลต่างๆรวมกันมากถึง 100,000 เทศกาล ซึ่งเกิดขึ้นไปทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งความสนุก ครึกครื้น และแสดงออกถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรมเก่าแก่ได้เป็นอย่างดีเลยเที่ยวปราสาทญี่ปุ่น    ปราสาทโบราณเป็น 1 ในสิ่งที่นักท่องเที่ยวน่าจะนึกถึงเป็นสิ่งแรก และเป็นสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่มีประเทศใดเหมือน ปราสาทหลายแห่งยังคงอยู่ในสภาพดี บางแห่งก็อาจจะเหลือแต่ซากจากผลของสงครามต่างๆ อย่างไรก็ตามปราสาทที่คุณต้องไปให้ได้ก็คงจะเป็นปราสาทฮิเมจิที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น  ไปเที่ยวญี่ปุ่นไม่ไปปราสาทคงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากๆแช่บ่อน้ำร้อน   เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรพลาดเช่นกันเพราะเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นทำกันมาเป็นร้อยปี ไม่เพียงแต่จะดีกับสุขภาพเท่านั้น หากไปเที่วบ่อน้ำร้อนตามรีสอร์ทต่างๆ ยังได้สัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติไปด้วย เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียวชมสวนญี่ปุ่น...
                   เดือนหน้าจะเข้าสู้เดือนกันยายน ใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นในเดือนนี้นั้นมาดูกันดีกว่าครับว่าเที่ยวญี่ปุ่นเดือนกันยายนนี้ที่ไหนน่าสนใจที่สุด                  ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่สามารถไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนความน่าสนใจกันไปเรื่อยๆในแต่ละเดือนสำหรับการเที่ยวญี่ปุ่นเดือนกันยายนนี้ก็เช่นกันต้องบอกว่าไปอีกช่วงหนึ่งที่น่าเที่ยวเอามากๆเลยทีเดียวครับ เนื่องจากเมื่อเข้าสู่เดือนกันยายานจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่น ในขณะที่อุณหภูมิก็จะเริ่มหนาวขึ้น ความโดดเด่นที่สุดก็คือสีของใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม เหลือง แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ของแต่ละต้น สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดือนกันยายน             ที่อยากจะเอามาแนะนำกันก็คืออุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัน (Daisetsuzan National Park)  ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคภาคฮอกไกโดครับ             สาเหตุนั่นก็เป็นเพราะว่าที่นี่เป็นที่แรกๆ ที่มีใบไม้เปลี่ยนสี (ใบไม้เปลี่ยนสีนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นพร้อมกันแต่ละไล่เกิดกันไปตามลำดับครับ) ที่อุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซันนี้มีความสวยงามมากกับช่วงเวลานี้เพราะไม้ในป่าจะเปลี่ยนสีสันต่างๆ ทั้ง เขียว เหลือง แดง เป็นทิวทัศน์ที่มีความสวยและงดงามมากๆเหมือนกับเป็นภาพวาดที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างตั้งใจที่สุด โดยเฉพาะที่น่าสนใจและไม่ควรพลาดมากที่สุดก็คงจะเป็นบริเวณปากทางที่ใช้ขึ้นไปบนยอดเขาซึ่งมีชื่อว่า"กินเซ็นได" ภูเขาคุโรดาเกะนี้จะเริ่มเปลี่ยนสีไล่จากส่วนของยอดเขาลงมาเรื่อยๆ ซึ่งกินเวลากว่า 1 เดือน           นอกจากใบไม้เปลี่ยนสีที่ทำให้เป็นสถานที่ๆน่ามาเที่ยวแล้วก็ยังมีบ่อน้ำพุร้อนหลายแห่งกระจายตัวตามจุดต่างๆมากกว่า 10 ที่เลยทีเดียว คุณจึงสามารถฃมาแช่น้ำร้อนพร้อมกับชมความสวยงามของธรรมชาติได้พร้อมกันเลยทีเดียว ส่วนบรรยากาศจะโรแมนติค สวยงามมากขนาดไหนของการเที่ยวญี่ปุ่นเดือนกันยายนแบบนี้ ลองไปดูกันที่คลิปทางด้านล่างนี้ได้เลยครับ          ...
             หลายคนกล้าๆกลัวกับการไปเที่ยวด้วยตัวเองไม่ต้องไปถึงต่างประเทศแค่ในประเทศก็เป็นปัญหาแล้ว แต่จริงๆหากอยากจะไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองนั้นก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับเพียงแต่ต้องมาวางแผนล่วงหน้ากันก่อน              ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คนไทยเวลานี้ไม่ต้องขอวีซ่ามาได้ระยะเวลาพอสมควรแล้วทำให้สะดวกมากขึ้นครับ ซึ่งใครที่อยากจะไปจริงๆแต่ก็ไม่อยากจะไปกับทัวร์ญี่ปุ่นเพราะอาจจะติดเรื่องราคาหรือการต้องทำอะไรตามกำหนดเวลาเป๊ะๆ ไม่อย่างนั้นจะเป็นการรบกวนชาวบ้าน ดังนั้น เรามาวางแผนการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองแบบง่ายๆกันดีกว่าครับ                ซึ่งหากจะให้ดีควรวางแผนล่วงหน้าประมาณ 2 เดือน หรือ 60 วันเป็นระยะเวลาที่กำลังดีส่วนใครจะมากกว่านี้ก็ไม่ว่ากัน เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 1.  เตรียมตัวก่อนการเดินทาง 60 วัน อยากไปเที่ยวที่ไหน ภูมิภาคไหน เอาให้ชัดเจน ญี่ปุ่นไม่ใช่เล็กๆการเที่ยวทั้งประเทศภายในเวลาไม่กี่วันเป็นไปไม่ได้ แต่ถึงทำได้ก็ไม่สนุก ยกเว้นว่าคุณจะมีทั้งเงินทั้งเวลาเหลือเฟือแบบนี้ก็ลุยโลดครับ แต่หากว่าไม่ก็ควรเลือกเป็นภูมิภาคไป เช่น คันไซ คันโต ฮอกไกโด ฯลฯ ซึ่งเดินทางไปเมืองต่างๆได้ง่ายประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า รวมทั้งเรื่องที่ว่าอยากจะเห็นอะไรเป็นพิเศษ เช่น ซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี เล่นหิมะ เป็นต้น ควรไปให้ถูกเดือนไปดูที่นี่ครับเที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดีที่สุด วางแผนเส้นทางการเดินทาง    การเดินทางเป็นเรื่องสำคัญมาก แม้ญี่ปุ่นจะสะดวกเพราะเรื่องคมนาคมโดยเฉพาะรถไฟมีให้บริการเกือบแทบทุกที่...
                แม้ว่าสิทธิเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในปัจจุบันจะมีมากขึ้น เรื่อยๆมนแทบทุกประเทศ แต่อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายประเทศที่ก็ยังมีการจำกัดบทบาทของผู้หยิงกับบางเรื่องอยู่เหมือนกันครับ              เช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่นที่ผู้หญิงเองนับแต่โบราณก็จะมีบทบาทอยู่เพียงแต่เบื้องหลังเท่านั้น บทบาททางสังคมจะมีน้อยมาก แม้ว่าในเวลานี้จะดีขึ้นแต่ก็มีอยู่ 4 อย่างที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วถือเป็นข้อห้ามสำหรับผู้หญิงครับ แต่ขะมีอะไรบ้างนั้นเราก็ไปดูกันดีกว่านะ1. ห้ามผู้หญิงปืนขึ้นไปบนภูเขาโอมิเนะ (Mount Omine)           ภูเขาโอมิเนะนี้อยู่ในจังหวัด นาราหรือนาระ(Nara)  เป็น 1 ใน 100 ของภูเขาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกด้วย  ซึ่งภูเขาลูกนี้นั้นมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนาชินโต เป็น1 ในสถานที่เดินทางเพื่อแสวงบุญตามหลักศาสนา               ข้อห้ามของที่นี่ก็คือห้ามคนที่มีการปะปนของเลือดที่ไม่บริสุทธิ์ ซึ่งก็หมายถึงผู้หญิงนั่นเองเพราะเป็นเพศที่มีประจำเดือน นอกจากนี้ยังรวมถึง บุคคลที่มีคนในครอบครัวพึ่งจะเสียชีวิตก็ถือเป็นข้อห้ามของการขึ้นไปบนภูเขาโอมิเนะเช่นกัน แต่เรื่องราวแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผอดปกติเพราะบางประเทศก็มีกฎข้อห้ามแบบนี้เหมือนกันเช่นใน ประเทศพม่า อินเดียหรือกรีซ สถานที่บางแห่งก็ห้ามผู้หญิงเข้าไปเช่นกัน2. ห้ามมีส่วนร่วมในเรื่องของ "ซูโม่"                     ...
            ญี่ปุ่นเป็นพี่ใหญ่ของ anime จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีงานต่างๆเกี่ยวกับการ์ตูนมากมาย อย่างเช่นงานที่เรียกว่า Comic Market ซึ่งก็มีชื่อเรียกแบบย่อว่างาน Comiket ซึ่งถือได้ว่าเป็นงานจัดแสดงการ์ตูนที่มีความยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศกันเลยทีเดียว            โดยงาน Comiket นั้นจะถูกจัดออกเป็น 2 ครั้งด้วยกัน คือตอนช่วงฤดูร้อนและอีกครั้งหนึ่งในช่วงฤดูหนาว ซึ่งกำลังจะจัดกันในวันที่ วันที่ 14 สิงหาคม 2015 นี้  แน่นอนว่าภายในงานย่อมเป็นที่ตื่นตาตื่นใจแน่นอนโดยเฉพาะคออนิเมะทั้งหลาย  ทั้งการขายของจากสำนักพิมพ์เจ้าของการ์ตูนชื่อดังทั้งหลาย ไม่ว่จะเป็นหนังสือ DVD ของที่ระลึกนานาชนิด เกมส์ต่างๆ และแน่นอนว่าที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือสาวๆที่แต่งตัวแบบคอสเพลย์ที่เหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูน เรียกว่าประชันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ความโด่งดังของงานนี้ก็ทำให้แต่ละครั้งจะมีคนเข้ามาเที่ยวงานหลักแสนคนเลยทีเดียว            แต่ก็แน่นอนว่าพอคนมากปัญหาก็มากในแต่ละปีจึงมักจะเกิดปัญหาในเรื่องความปลอดภัยของทั้งคนมาร่วมงาน รวมถึงสาวๆที่แต่งคอสเพลย์ตลอด จึงทำให้ทางญี่ปุ่นเองจึงต้องวางมาตรการเพื่อควบคุมป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างเคร่งครัดเลยทีเดียว (น่าแปลกใจเหมือนกันเพราะปกติแล้วญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอาชญากรรมค่อนข้างน้อย รวมทั้งคนก็มีระเบียบมาก)  โดยก็ได้มีการจัดทำคลิปวีดีโอเผยแพร่ลงใน social network...
             ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่น่าจะมีเทศกาลต่างๆที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น วันนี้เราจะพาไปเที่ยวญี่ปุ่นกับงานเทศกาลทานาบาตะ ซึ่งเป็นงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเทศกาลหนึ่งเลยครับ              ใครที่เคยดูการ์ตูนญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นโดเรมอนหรือชินจัง แม้แต่โคนัน ก็อาจจะเคยผ่านตากับฉากหลังที่เป็นงานเทศกาลทานาบาตะกันมาแล้วนะครับ  โดยงานนี้จะมีขึ้นในทุกๆวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกๆปี ประเทศญี่ปุ่นนั้นในหลายๆพื้นที่ของประเทศจะมีการจัดเทศกาลอย่างหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า "เทศกาลทานาบาตะ" หรือแปลว่า "เทศกาลแห่งดวงดาว" ซึ่งเป็นตำนานที่เก่าแก่สืบต่อกันมาของญี่ปุ่น   โดยเรื่องราวก็เป็นความซาบซึ้งแบบเศร้าๆ ซึ่งเป็นตำนานเล่าขานถึงเรื่องของความรักระหว่างสาวทอผ้าที่ชื่อว่า "โอริอิเมะ" และชายหนุ่มเลี้ยงวัวชื่อว่า"ฮิโกโบชิ"  ทั้ง 2 คนนั้นเกิดมีความรักต่อกันมาก ชนิดที่เรียกว่ายอมละทิ้งหน้าที่ของตัวเอง พอเทวดารู้ก็ไม่พอใชและสาปให้ทั้ง 2 คนต้องแยกจากกันไปอยู่กันคนละฝั่งของแม่น้ำและจะมีสิทธิ์ได้มาพบกันแต่เฉพาะวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปีเท่านั้น(เทวดาก็โหดน่าดู) ใครอยากรู้เรื่องราวลองดูจากการ์ตูนน่ารักๆในคลิปนี้ได้เลยครับ              แม้ว่าจะบอกว่าเป็นวันที่ 7 เดือน...
                แต่ละประเทศนั้นมีวัฒนธรรมหรือวิถีในการดำรงชีวิตที่มีบางอย่างซึ่งแตกต่างกับบ้านเรา เช่นเดียวกับการมาเที่ยวญี่ปุ่น ที่นี่ก็มีวิถีของสังคมตามแบบของตนเองครับ                แม้ว่าในสายตามของบางคนอาจจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยไม่ได้ดูเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรมากนักแต่การปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องก็เป็นการแสดงถึงคุณภาพคนไทยเรามากเหมือนกันเพราะบางคนไปก็ทำชื่อเสียให้กับประเทศเราก็มีหลายครั้ง ดังนั้น หากรู้จักการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่นก็เป็นเรื่องที่ดีเอามากๆครับ1. อย่าใช้มือถือในขณะอยู่บนรถไฟหรือรถสาธารณะต่างๆ   แม้ว่าบ้านเราจะถือเป็นเรื่องปกติมากแต่ที่ญี่ปุ่นการทำแบบนี้เป็นการรบกวนผู้อื่น ดังนั้นก่อนที่จะขึ้นก็ควรต้องปิดเสียงหรือใช้ระบบสั่นแทน หากจะคุยก็ควรเป็นช่วงลงจากรถแล้ว2. การใช้บันไดเลื่อน ให้จำไว้ว่าต้องยืนชิดทางด้านซ้ายมือเท่านั้น เปิดช่องทางขวาไว้ให้คนที่รีบใช้เดินขึ้นไปก่อน ยกเว้นแต่ถ้าไปแถบคันไซให้สลับกันจากยืนทางซ้ายก็ให้เปลี่ยนมาทางขวาแทน3. การชมซากุระ เป็นเรื่องที่หลายคนมักไม่ค่อยให้ความสำคัญนัก ต้องจำไว้ว่าดูแต่ตามืออย่าต้อง จะเอื้อมมือไปเด็ดดอกหรือไปโน้มกิ่งมาถ่ายรูปก็ไม่ควรทำทั้งสิ้น ซากุระนั้นบอบบางมากถ้นักท่องเที่ยวทำแบบนี้กันหมดก็จะไม่หลือให้คนอื่นได้ดูอย่าลืมว่าการบานของซากุระนั้นเป็นแค่ช่วงสั้นเวลาแค่ประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น4. เข้าคิวทุกอย่าง แม้แต่ตอนเกิดสึนามิ คนญี่ปุ่นก็ยังมายืนเข้าแถวรับของช่วยเหลืออย่างเป็นระเบียบเลยดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงเวลาปกติ การเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบคือวัฒนธรรมที่ซึมลึกอยู่ในใจคนญี่ปุ่นไปแล้วเมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่นก็ห้ามแซงคิวเด็ดขาดครับไม่ว่าจะรีบแค่ไหน5. การใช้ตะเกียบ หากว่าไปรับประทานอาหารร่วมกับคนญี่ปุ่นหากอยากแสดงความมีน้ำใจด้วยการคีบอาหารให้ก็ต้องจำไว้ว่าอย่าใช้ตะเกียบที่เราใช้กินคีบอาหารส่งให้ตรงๆแต่ควรใช้ตะเกียบใหม่เลย หรือหากไม่มีจะกลับหัวเอาอีกด้านหนึ่งคีบก็ได้6. การใช้ลิฟท์ สิ่งที่ต้องจำคือถ้าคุณเข้ามาใช้ลิฟท์เป็นคนแรกเท่ากับว่าจะได้รับหน้าที่เป็นพนักงานบริการทันทีซึ่งเป็นมารยาทที่ทำกัน โดยคุณจะมีหน้าที่เปิดลิฟท์รอผู้มาใช้บริการและหากว่าคุณกับคนที่เข้ามาจะไปชั้นเดียวกันก็ต้องเปิดให้เค้าออกไปก่อนครับ7. อย่าส่งเสียงดัง โดยเฉพาะในที่สาธารณะ คนญี่ปุ่นเคร่งเรื่องมารยาทและการให้เกียรติผู้อื่นมาก การส่งเสียงดังคือสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างเด็ดขาดโดยเฉพาะกับสถานที่ๆมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก8. การใช้ห้องน้ำ หากเป็นบ้านเรามักจะมีข้อห้ามเรื่องการใช้ทิชชู่ทิ้งลงไปในโถส้วมเพราะจะทำให้ส้วมอุดตันได้...
              หากจะถามถึงสิ่งแรกๆเมื่อพูดถึงประเทศญี่ปุ่น ก็คงจะมีคนคิดไปถึงภูเขาไฟฟูจิ การ์ตูนญี่ปุ่น อาหารญี่ปุ่นและอีกอย่างหนึ่งก็คือการชมดอกซากุระที่เป็นเหมือนกับสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับคนที่นี่             ดอกซากุระ(Sakura หรือ Cherry blossom) เป็นดอกไม้ประจำชาติของญี่ปุ่น ซึ่งการออกดอกนั้นไม่ใช่การบานพร้อมกันทั้งประเทศแต่จะมีลำดับตามกันไปตามสภาพภูมิอากาศเป็นหลัก โดยจะเริ่มบานตั้งแต่ประมาณกลางเดือนมีนาคมบริเวณภาคใต้สุดก่อน ที่จะไล่ลำดับกันมาจนถึงเหนือสุด แต่ทั้งนี้ก็อาจจะมีข้อแม้ในเรื่องของซากุระบางสายพันธุ์ที่จะมีการออกดอกตามเวลาของตัวเอง            โดยในทุก ๆ ปีกรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นก็จะมีการพยากรณ์ถึงช่วงเวลาที่ดอกซากุระจะออกดอก ให้ประชานได้รับรู้ก่อนล่วงหน้าเสมอซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ระยะเวลาในช่วงที่ดอกซากุระบานแค่เจ็ดวัน เท่านั้น จึงถือเป็นช่วงเวลาล้ำค่ามากเลยทีเดียว             ซึ่งการชมดอกซากุระนั้นหากจะว่ากันตามประวัติศาสตร์แล้วก็จะเห็นว่ามีการพูดถึงเรื่องนี้กันมาเป็นเวลามากกว่าพันปี จนถึงทุกวันนี้ ถือเป็นกิจกรรมที่สร้างความสุขให้กับคนไม่ว่าจะอยู่ในชนชั้นไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์,ขุนนาง หรือชาวบ้านธรรมดาก็ตาม ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็เป็นอีก 1 อย่างที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้ามาเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างมหาศาลในทุกๆปี ซึ่งก็มีสถานที่หลายแห่งในญี่ปุ่นเลยที่เป็นจุดสำหรับการชมซากุระ เช่นปราสาทฮิเมจิ เป็นปราสาทที่ใหญ่และสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น มีฉายาที่รู้จักกันดีว่า ปราสาทนกกระสาขาว ในทุกปีๆบริเวณปราสาทก็จะมีการจัดงานเทศกาลชมซากุระ ซึ่งก็จะมีการแสดงต่างๆ โดยเฉพาะการบรรเลงเครื่องดนตรีโบราณของญี่ปุ่นอย่างโกโตะ (จะเข้ญี่ปุ่น) และกลองไทโคะ...

POPULAR POSTS

สภาพอากาศญี่ปุ่น

Tokyo
light rain
22.7 ° C
24 °
22 °
94%
3.1kmh
90%
Fri
24 °
Sat
26 °
Sun
27 °
Mon
26 °
Tue
29 °

ค่าเงิน

THB - Thai Baht
JPY
0.301