คันไซ (Kansai)

คันไซ (Kansai)

                  โอซาก้า เป็นเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น และเป็นอีก 1 เมืองที่นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยหรือคนชาติอื่นๆให้ความสนใจเมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเมืองใหญ่พอๆกับโตเกียวที่เป็นเมืองหลวงแต่ที่โอซาก้านี่กลับดูเหมือนแตกต่างกับโตเกียวอยู่มากพอสมควรเลยทีเดียว                  สำหรับคนไม่เคยมาเที่ยวโอซาก้า วันนี้เรามี 8 อย่างที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวโอซาก้ามานำฝากกันครับ แต่ก็คงจะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเพราะโอซาก้ามีหลายที่ๆน่าสนใจอยู่มากเลย แต่เราไปดุอันที่เจ๋งๆกันดีกว่าครับ1.  Dotonbori และ Namba   แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้าไปแล้ว ที่นี่เป็นย่านที่มีความเก่าแก่มาตั้งแต่อดีตเพราะเป็นบริเวณที่เป็นที่ตั้งของโรงละคร ในปัจจุบันคุณจะเห็นแสงสีจากแสงไฟที่มาจากร้านค้า ภัตตาคาร ร้านอาหาร รวมถึงร้านค้าอื่นๆ จำนวนมาก ไปตอนกลางวันจะไม่สวยเท่ากับกลางคืนครับ2. Tenjin Matsuri เทศกาลเทนจิน มัตซุริ เป็นงานเทศกาลเก่าแก่กว่าพันปีของโอซาก้า โดยจะจัดขึ้นในช่วงประมาณปลายเดือนกรกฎาคม ในงานจะมีขบวนแห่ การจุดพลุ การล่องเรือในแม่น้ำ  ฯลฯ  ที่มีความคึกคักและดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วไประเทศจำนวนมาให้มาเที่ยวโอซาก้า3.Universal Studios Japan  เป็นสวนสนุกระดับโลกสัญชาติอเมริกันที่ตั้งอยู่ในโอซาก้า คล้ายกับ...
           การมาเที่ยวญี่ปุ่นของหลายๆคนสถานที่ท่องเที่ยวประเภทหนึ่งซึ่งก็อาจจะพอบอกได้ว่ามักจะอยู่ในโปรแกรมทัวร์เสมอก็คงหนีไม่พ้นศาลเจ้าทั้งหลายนั่นเอง                นั่นก็เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีศาลเจ้าอยู่เป็นจำนวนมากกระจายตัวอยู่ในแทบจะทุกพื้นที่ของประเทศ ศาลเจ้าสำหรับคนญี่ปุ่นนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจเป็นที่พึ่งที่สำคัญของคนที่นี่นั่นเอง เราจึงจะเห็นคนญี่ปุ่นไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนการมาศาลเจ้าก็ถือเป็นเรื่องปกติมาก อย่างเช่นศลาเจ้าแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากของเกียวโตก็คือ "Fushimi Inari Shrine" หรือแปลเป็นไทยง่ายๆว่าศาลเจ้าจิ้งจอกขาวนั่นเอง เป็นศาลเจ้าที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเลยก็ว่าได้             ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโต ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการถวายความสักการะให้กับเทพเจ้า Inari ซึ่งคนที่นี่เชื่อว่าเป็นเทพเจ้าที่ให้พรเกี่ยวกับการเกษตรทำให้พืชผลเจริญงอกงามได้ดี  ซึ่งจุดเด่นของที่นี่นั้นมีอยู่ 2 อย่างด้วยกัน อย่างแรกก็คือตรงบริเวณทางเข้าจะมีรูปปั้นของสุนัขจิ้งจอก 2 ตัว ซึ่งเชื่อกันว่าการที่เราจะบอกหรือสื่ออะไรไปถึงเทพเจ้านั้นจะต้องทำผ่านจิ้งจอกซึ่งเป็นเหมือนกับผู้ส่งสารนั่นเอง ส่วนด้านในนั้นก็มีอุโมงค์โทริอิที่ยาวมากต่อกันไปเป็นหมื่นต้นเลยทีเดียว โดยจะหากว่าต้องการจะทำบ้างก็ได้เช่นกันแต่ต้องมีการบริจาคเงินให้กับศาลเจ้า(ราคาแพงมากพอสมควร)โดยจะมีการสลักชื่อของผู้บริจาคไว้ด้านหลังเสาด้วย ซึ่งอุโมงค์โทริอิของที่นี่เคยเป็นฉากในภาพยนต์ดังของฮอลลีวู้ด Memoirs of a Geisha มาแล้วด้วยครับ ซึ่งนำแสดงโดย จางซิยี่ กับกงลี่ ที่หลายคนคงรู้จักกันดี ใครมาที่นี่แล้วมาที่ Fushimi Inari ก็เหมือนได้ตามรอยหนังดังเรื่องนี้ด้วยนะ              นอกจากนี้ก็ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกหลายอย่างที่อยู่ในบริเวณศาลเจ้าจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ             ...
            Arashiyama เป็นอีก 1 สถานที่ท่องเที่ยวเกียวโต ที่มีความน่าสนใจและน่าไปท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และคนไทยหลายคนก็น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี            การมาเที่ยวเกียวโต ที่อาราชิยาม่า (Arashiyama) นั้นจะมีความน่าสนใจอะไร สำหรับท่านไหนที่ไม่เคยมาก็ลองตามมาดูกันเลยครับ             Arashiyama นั้นตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองเกียวโตเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น ลักษณะโดยรวมของที่นี่ซึ่งทำให้มีชื่อเสียงมากๆในหมู่นักท่องเที่ยว ต้องพากันมาชมเมื่อมาเที่ยวเกียวโตก็มีอยู่หลายอย่างเลย โดยเฉพาะกับทัศนียภาพทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม อุดมสมบูรณ์มากๆ ในแทบทุกฤดูกาลก็ยังสามารถมาชมได้ทั้งนั้นแต่ก็แน่นอนว่าช่วงที่ดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้นช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี ผลัดใบเป็นสีแดงไปทั่วทั่งป่าในบริเวณนี้            แต่สิ่งที่น่าจะถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Arashiyama ที่มักจะถูกนำไปทำเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยว การใช้สำหรับโลเคชั่นในภาพยนต์หลายเรื่อง รวมไปถึงการ์ตูนด้วย ก็คือทางเดินที่เข้าไปในป่าไผ่ ที่เส้นทางบนถนนนั้น 2 ข้างทางจะมีต้นไผ่สูงลิบ ที่โดนเอียงไปมาตามกระแสลมที่เหมือนจะไม่มีอะไรมากแต่ก็ให้ความรู้สึกที่ทำให้สงบและสวยงามไปอีกแบบ          นอกเหนือจากป่าไผ่แล้วสิ่งที่ได้รับความนิยมมากๆอีกอย่างหนึ่งก็คือการมาขึ้นรถไฟ ชื่อว่า Sagano Kanko Tetsudo ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่ใช่รถไฟสายธรรมดาๆสำหรับเดินทางเท่านั้น เพราะได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางรถไฟสายที่โรแมนติคมากๆ คนไหนที่มาเป็นคู่จะต้องถูกใจแน่นอน...
         ทะเลสาบบิวะ(Lake Biwa) หรืออีกชื่อหนึ่งว่าทะเลสาบโอ สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นแห่งนี้มีความน่าสนใจมากไม่แพ้ที่อื่นๆเลยครับ            ทะเลสาบแห่งนี้อยู่ทางตอนกลางของญี่ปุ่นที่จังหวัดชิกะ (Shiga) ที่สำคัญคือนักธรณีวิทยาพบว่าที่่นี่เป็นทะเลสาบที่มีความเก่าแก่เป็นอันดับ 3 ของโลก(ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเค้ารู้ได้ยังไงเหมือนกัน) นอกจากนี้ก็ยังเป็นทะเลสบาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย เพราะขนาดโดยรวมของทะเลสาบมีพื้นที่อยู่ถึงประมาณ 670 ตรกม. ปริมาณน้ำในทะเลสาบจึงมากมายจนกลายเป็นแหล่งน้ำที่ถูกนำเอามาผลิตเป็นทั้งน้ำประปาและน้ำดื่มให้กับคนเป็นสิบล้านคนในแถบนี้อีกด้วย             ซึ่งก็ด้วยความเก่าแก่ของทะเลสาบิวะนี้เองที่ทำให้มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ใต้ทะเลสาบอยู่มากมายและบางชนิดนั้นก็ไม่สามารถที่จะพบเห็นได้จากที่อื่นในโลกด้วย นี่จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงทั้งเรื่องความเก่าแก่และความอุดสมบูรณ์ทางธรรมชาติของทะเลสาบแห่งนี้ได้อย่างดีทีเดียวครับ              นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจและก็มีนักท่องเที่ยวนิยมมาก ซึ่งถ้ามาท่นี่ก็สามารถไปใช้บริการล่องเรือสำราญพาเที่ยวมชมความสวยงามรอบๆทะเลสาบแบบใกล้ชิดตามเมองต่างๆที่อยู่รายรอบ  แต่นอกจากคนที่มาล่องเรือแล้วที่นี่สำหรับคนชอบตกปลาแล้วก็ยังเป็นแหล่งจับปลาชั้นดีเลย ปลาที่ได้จากทะเลสาบแห่งนี้นั้นจำนวนไม่น้อยก็มีขนาดใหญ่มากอีกด้วย ที่น่าสนใจอีกแห่งก็คือมีพิพิธภัณฑ์ทะเลสาบบิวะ(Lake Biwa Museum) ซึ่งก็จะเป็นแหล่งเรียนรู้ถึงความเป็นมาหรือต้นกำเนิดของที่นี่ รวมทั้งสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ ด้วยการจำลองเอาสัตว์จริงๆมาให้ดูกันทไม่ว่าจะเป็นปลา กุ้ง สัตว์เลื้อยคลานต่างๆ ฯลฯ    วิธีการเดินทางมา Lake Biwaจาสถานีรถไฟเมือง Otsu จะมีบริการรถประจำทาง มาลงที่ป้าย Lake Biwa ก็จะถึงทะเลสาบครับ  
                 นอกจาก Tokyo Tower และ Tokyo Sky Tree ที่เมื่อมาเที่ยวโตเกียวแล้วต้องไปให้ได้ ที่ Sunshine 60 เองก็เป็นอีก 1สถานที่ที่ๆน่าไปเที่ยวมากเลยครับ                 Sunshine 60 เป็นตึกที่มีขนาดความสูงเป็นอันดับ 4 ของโตเกียว  แต่เมื่อครั้งแรกที่สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1978 นั้นถือว่าเป็นตึกที่มีความสูงที่สุดในญี่ปุ่นมาแล้ว  มีจำนวนชั้นทั้งสิ้น 60 ชั้น (แต่ด้านล่างจะมีลงไปอีก 5 ชั้น) อยู่ในย่านที่เรียกว่า Sunshine City  บริเวณที่ตั้งชองตึก Sunshine 60  ในสมัยก่อนนั้นไม่ธรรมดาเลยครับเพราะว่าเคยเป็นเรือนจำที่ชื่อว่า "ซุกาโมะ" ที่เป็นคุกของนักโทษทางการเมืองช่วงที่ญี่ปุ่นมีการรัฐประหาร เมื่อปี ค.ศ....
            WTC Cosmo Tower  เป็นตึกที่มีความน่าสนใจอีกแห่งหนึ่งเป็นส่วนที่น่าจะไปดูครับหากว่ามีโอกาสได้มาเที่ยวโอซาก้า             เมืองโอซาก้านั้นเป็นอีก 1 เมืองของญี่ปุ่นที่ค่อนข้างที่จะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวอยู่หลายแห่ง ในหลายๆรูปแบบทั้งประเภทธรรมชาติ วัฒนธรรม ความทันสมัย อย่างเช่นวันนี้เราจะไปเที่ยวกันที่ตึก WTC Cosmo Tower ครับ            WTC Cosmo Tower นั้นเป็นชื่อย่อครับเพราะชื่อเต็มๆแบบเป็นทางการก็คือ  "World Trade Center Cosmo Tower Observation Deck" จะรียกเต็มๆก็คงไม่ไหว            WTC Cosmo Tower เป็นอาคารที่มีความสูง 256 เมตร ถือว่าเป็นตึกที่มีความสูงมากที่สุดในเขตแถบภาคตะวันตกของญี่ปุ่นครับ (แต่ก็ยังไม่สูงเท่าตึกใบหยกของบ้านเรา)   ที่นี่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญของย่าน ...
          Arima Onsen น่าจะถือว่าเป็นออนเซ็นที่คนไทยเราจำนวนไม่น้อยรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะมีหลายคนที่ได้ไปแช่บ่อน้ำร้อนที่นี่กันมาแล้วจึงเห็นรีวิวของหลายคนออกมาบ่อยๆ            Arima Onsen แห่งเมืองโกเบนั้นมีความน่าสนใจก็ตรงที่บ่อน้ำแร่ของที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นน้ำคุณภาพชั้นยอดมาตั้งแต่ในสมัยโบราณแล้ว ซึ่งตามประวัติของที่นี่ในอดีตจักรพรรดิของญี่ปุ่น 2 พระองค์ ก็ทรงโปรดปรานการมาแช่บ่อน้ำร้อนที่ Arima นี่เป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าการแช่บ่อน้ำร้อนนั้นก็มีส่วนที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากอาการของโรคได้หลายชนิดเลย เช่น ปวดกระดูก ปวดข้อ ภูมิแพ้ เป็นต้น                 ส่วนบ่อ(โรงอาบน้ำ)ที่ได้รับความนิยมที่สุดนั้นมี 3 บ่อ ด้วยกันครับ คือ 1. บ่อ Kin no ku  น้ำแร่ที่บ่อนี้จะออกเป็นสีออกเหลือง เนื่องจากมีปริมาณของแร่ธาตุอย่างโซเดยวคลอไรด์และเหล็ก เป็นหลัก 2. บ่อ Gin No Ku น้ำแร่ทั้นี่จะออกเป็นสีเงิน เนื่องจากมีแร่ธาตุอย่างเรเดียมและคาร์บอนิกอยู่มาก 3. บ่อ...
            เกียวโต เป็นเมืองหลวงเก่าและเป็นจุดหมายปลายทางของคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งและที่นี่กับวัดดังอย่าง Kinkakuji            ด้วยความที่เคยเป็นศูนย์กลางของการปกครองของญี่ปุ่นทำให้เมืองนี้มีความเจริญงอกงามทั้งในเรื่องศิลปะ ศาสนา วัฒนธรรมซึ่งหลายแห่งก็ถูกอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดีและสำหรับที่นี่ก็เช่นกันครับ วัดคินคาคุจิ(Kinkakuji) หรืออีกชื่อหนึ่งว่า วัดโรคุออนจิ (Rokuonji) หากเป็นคนไทยเราก็มักจะเรียกกันว่าวัดปราสาททอง           วัด Kinkakuji นี้ น่าจะเป็นวัดที่คนไทยเรารู้จักกันดีที่สุดวัดหนึ่งเลย เพราะคงจะคุ้นตากับปราสาทของท่านโชกุนในการ์ตูนอมตะที่ฉายในบ้านเราอย่างยาวนานอย่าง "อิคคิวซัง" นั่นเองครับ ซึ่งก็เป็นสถานที่เดียวกันนั่นเอง เพราะแต่ก่อนที่จะกลายมาเป็นวัดเดิมทีก็คือเป็นปราสาทหรือที่พักของท่านโชกุน อะชิคางะ โยชิมิสึ คู่ปรับของอิคคิวซังนั่นเองซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1397  (ทั้ง 2 คนนี้มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ครับ เพียงแค่เรื่องราวไม่ได้สนุกหรือเป็นเหมือนอย่างในการ์ตูนเอาไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังกันครับ)             ลักษณะเด่นของวัดนี้ที่เด่นชัดก็คือเป็นอาคารสีทองทั้งหลังตั้งอยู่ที่บริเวณกลางของสระน้ำขนาดใหญ่ โดยความน่าสนใจคือ ทั้ง 3 ชั้นของวัดคินคาคุจิจะใช้รูปแบบการสร้างที่ไม่เหมือนกันแต่อย่างใด...
                  เที่ยวโอซาก้านั้นถ้าหากว่าไม่มาที่ปราสาทโซาก้า (Osaka Castle) ก็คงยังไงๆอยู่นะครับเพราะนี่ถือเป็นสิ่งก่อสร้างโบราณที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญมาตั้งแต่ยุคอดีตแล้ว                 ที่นี่เรียกได้ว่าถ้ามาเที่ยวโอซาก้าโดยเฉพาะมาครั้งแรกนั้นก็ควรต้องจัดโปรกแกรมมาที่ปราสาทโอซาก้าหรือ Osaka Castle เลยครับ ทีนี้เราลองมาพูดถึงเรื่องราวของปราสาทหลังนี้กันดีกว่า                 จุดเริ่มต้นของปราสาทโอซาก้าเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1583 โดยผู้ที่ดำริให้ก่อสร้างขึ้นก็คือ ไดเมียวที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในญี่ปุ่นอย่างท่าน โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ใช้เวลาสร้างไม่นานครับแค่เพียง 2...
             Mount Yoshino น่าจะถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักซากุระเลยก็ว่าได้ครับ ที่นี่มีชื่อเสียงและก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาเป็นเวลานานแล้ว             Mount Yoshino หรือ  MT.Yoshino  อยู่ที่เมืองโยชิโนะ ในจังหวัดนารา (Nara) ที่นี่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่จุดสำหรับการมาชมดอกซากุระเท่านั้นแต่ยังเป็นอีก 1 ในสถานที่ๆคนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็น 1 ในเส้นทางแสวงบุญอีกแห่งด้วยครับ                 โดยเทือกเขา Yoshino นี้จะแบ่งออกด้วยกันเป็น 4 ส่วนด้วยกันไล่เรียงกันไปจากล่างขึ้นบน ได้แก่1. Shibo Senon  บริเวณนี้จะเป็นชั้นล่างสุดของเทือกเขา โดยคนไหนที่เดินไม่ไหวหรือไม่อยากเหนื่อยก่อนก็สามารถใช้บริการรถกระเช้าลอยฟ้าได้ แต่หากคนไหนที่พอเดินไหวจะเดินขึ้นไปเองก็ไม่มีปัญหาครับ ซึ่งก็จะมีดอกซากุระข้างทางให้ดูระหว่างทางด้วย2. Naka Senbon  ชั้นที่ 2 จะเป็นส่วนที่คึกคักที่สุดเนื่องจากมีทั้งร้านอาหาร ห้องพัก ไว้คอยบริการ และที่สำคัญสำหรับผู้มาแสวงบุญก็คือจะมีที่ตั้งของศาลเจ้า Yoshimizu ที่โด่งดังและเป็นอีก...
                    นอกจากวัดคินคาคุจิ(Kinkakuji) ที่เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของเกียวโตแล้ว วันนี้เราจะมาเที่ยววัดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งครับ นั่นคือวัดกินคาคุจิ (Ginkakuji) ซึ่งหากดูกันเผินๆแล้วจะคล้ายกันไม่น้อยเลย                   ซึ่งเหตุผลที่คล้ายกันนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใดครับ นั่นเป็นเพราะวัดนี้เป็นการจำลองการสร้างมาจากวัดคินคาคุจินั่นเอง โดยผู้สร้างนั้นก็คือหลานของท่านโชกุนโยชิมีสุ มีชื่อว่า อะชิคางะ โยชิมาสะ ซึ่งแต่เดิมก็ไม่ได้เป็นวัดครับ แต่เป็นที่พักซึ่งก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นวัดในพุทธศาสนา(นิกายเซ็น)ในภายหลัง                วัดกินคาคุจิ...
                 Kobe Earthquake Memorial Museum ถูกสร้างขึ้นมาภายหลังจากการที่เมืองโกเบถูกอุบัติภัยแผ่นดินไหว เมื่อปี 1995 ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นสร้างความเสียหายให้กับเมืองอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา               อย่างที่ทราบกันดีครับว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมีรอยเลื่อนของเปลือกโลกอยู่หลายจุด ดังนั้น แผ่นดินไหวกับคนญี่ปุ่นจึงไม่ใช่ของแปลกใหม่แต่อย่างใด  คนญี่ปุ่นเองก็เรียนรู้ที่อยู่กับแผ่นดินไหวได้ที่สุดอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1995 หรือเมื่อประมาณ 21 ปีก่อน  ซึ่งมีความรุนแรงมากถึง  7.3 ริกเตอร์ ก็สร้างฝันร้ายให้กับคนไปทั้งญี่ปุ่นและเมืองโกเบ เพราะทำให้บ้านเรือน...
                  ริงกู เกท ทาวเวอร์ (Rinku Gate Tower) เป็นตึกระฟ้า ตั้งอยู่ใน Izumisano จังหวัด Osaka ประเทศญี่ปุ่น เป็นอาคารพาณิชย์ที่สูงที่สุดในแถบตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่ เป็นที่เหมาะสำหรับการมาชมความสวยงามของอ่าวโอซาก้ามากที่สุดแห่งหนึ่งเลย                 ตึก Rinku Gate Tower มีความสูงกว่า 840 foot หรือ 256 เมตร  มีชั้นต่างๆ 56 ชั้นด้วยกัน ซึ่งก็เป็นทั้งสำนักงานต่างๆ, โรงแรม,สถานที่สำหรับจัดงานอีเวนท์หรือนิทรรศการต่างๆ,ภัตตาคารหรูและผับหรูๆ ก็มีอยู่ที่นี่อย่างพร้อมสรรพเลยทีเดียวครับ            หากว่ามาเที่ยวโอซาก้าแล้วมานั่งดินเนอร์บนร้าอาหารชั้นบนนี้ พอถึงเวลายามค่ำคืนก็จะสามารถมองเห็นวิวอันสวยงามของตัวเมืองและอ่าวโอซาก้าได้ครับ  การเดินทางมา Rinku Gate Towerตั้งต้นจากสถานีรถไฟ Osaka ให้นั่งรถขบวน...
                จากที่เราพาไปเที่ยวส่วนใหญ่จะพูดถึงแต่เฉพาะการเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงเวลาเช้าหรือกลางวันเท่านั้น แต่วันนี้เราจะไปเที่ยวเกียวโตที่ถนน Hanamikoji กันครับ               Hanamikoji นั้นเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับคนที่อยู่ในเกียวโตที่นี่อยู่ในย่านที่เรียกว่ากิออน (Gion) ที่นี่เป็นสถานที่ๆเหมาะกับการมาเที่ยวตระเวนราตรียามค่ำคืนมาก (แต่ก็ไม่ใช่แบบที่หลายคนเข้าใจนะครับไม่เหมือนกับย่านหรือแหล่งบันเทิงบ้านเรา) เพราะที่นี่เป็นย่านที่มีความเก่าแก่สำหรับการท่องเที่ยว โดยไฮไลท์ของการมาเที่ยวที่นี่ก็คิอบริเวณถนน Hanamikoji street นั่นเอง เพราะด้วยถนนที่ยาวกว่า 1 กิโลเมตร 2 ข้างทางเป็นอาคาร บ้านเรือนหลายหลังก็รักษาความเก่าแก่เอาไว้ได้เป็นอย่างดี และก็มีอยู่หลายหลังที่ถูกนำมาทำเป็นสถานบริการต่าง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารอร่อยๆ ร้านน้ำชา ซึ่งล้วนแล้วแต่ตกแต่งได้อย่างน่าประทับใจทีเดียวครับ              แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดก็เห็นจะเป็นเกอิชา(Geisha) ครับเพราะหลายคนอาจจะพอรู้มาแล้ว่าเกียวโตนั้นเป็นต้นกำเนิดของเกอิชา นั่นเอง หลายๆร้านนั้นก็จึงมีเกอิชามาคอยทำหน้าที่ต้อนรับแขกที่มาร้านด้วย คุณก็จะมีโอกาสได้ฟังเพลงจากการเครื่องดนตรีที่พวกเธอล่นให้ฟัง ซึ่งเกอิชานั้นจะทำหน้าที่แต่เรื่องศิลปะความบันเทิงเท่านั้นนะครับ ไม่ใฃ่ว่าจะทำอะไรอย่างอื่นที่ไม่ดีด้วย                                ที่นี่เป็นอีกย่านเมืองเก่าที่ใครกำลังเที่ยว...
                คิตาโนะ อิจินคัน (Kitano Ijinkan) เป็นชื่อของชุมชนหนึ่งที่อยู่ในเมืองโกเบ แต่ว่าเพราะอะไรที่นี่จึงเป็นอีก 1 จุด ที่เมื่อมาเที่ยวโกเบ แล้วควรต้องมาวันนี้เราจะไปหาคำตอบกันครับ               ย่านชุมชน Kitano Ijinkan นี้ อาจจะทำให้คุณนึกว่าตัวเองหลงมาอยู่ประเทศในยุโรปก็ได้ เพราะบ้านและอาคารหลายหลังในแถวนี้ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นรูปทรงสถาปัตยกรรมที่เป็นแนวยุโรปทั้งนั้น ทำให้บรรยากาศของบริเวณย่าน Kitano มีความแปลกไม่เหมือนกับที่อื่นในญี่ปุ่น            แต่ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ? สาเหตุนั้นไม่ใช่เพราะว่าคนญี่ปุ่นอยากสร้างให้เป็นแบบนี้ครับ แต่ว่านี่เป็นผลมาจากช่วงยุคที่เมืองโกเบกลายเป็นท่าเรือที่สำคัญของญี่ปุ่น ในช่วงปี ค.ศ. 1868 เมื่อกลายเป็นศูนย์กลางของการค้าการเดินเรือที่ในเวลานั้นการเดินทางๆน้ำ เป็นการสัญจรระหว่างประเทศเป็นหลัก จึงทำให้บรรดาพ่อค้านักเดินทางจากขาติตตะวันตกหลั่งไหลมาที่เมืองโกเบนี้เป็นจำนวนมาก เมื่อมาถึงแล้วก็มีการตั้งรกรากสร้างบ้านเรือนซึ่งก็แน่นอนว่าเป็นการสร้างตามลักษณะหรือแบบที่ตนเองคุ้ยเคยนั่นเอง ด้วยเหตุนี้เอง Kitano Ijinkan จึงเป็น 1 ในแหล่งที่มีชาวต่างชาติมาพักอาศัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งในช่วงแรกๆนั้นตามที่มีการบันทึกมีถึงกว่า 200...
                วัดเบียวโด อิน (Byōdō-in Temple) เป็นอีกวัดหนึ่งในญี่ปุ่นที่มีความสวยงามในเรื่องทัศนียภาพและการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นทีเดียวครับ             วัดนี้อยู่ในเมืองเกียวโตเช่นเดียวกับวัดที่มีชื่อเสียงอื่นๆในแถบนี้ แต่หากพูดถึงประวัติดั้งเดิมนั้นความจริงแล้ว Byodo In นั้นไม่ใช่วัดอย่างที่เห็นในทุกวันนี้เพราะแต่เดิมจะเป็นที่พักของขุนนางที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนนึ่งชื่อว่า Fujiwara Michinaga ซึ่งสร้างขึ้นมาตั้งแต่ ค.ศ . 998 ซึ่งต่อมาภายหลังจากที่ขุนนางผู้นี้ได้เสียชีวิตไปแล้วบุตรชายก็ได้เปลี่ยนสถานที่นี้ให้มาเป็นวัดตามความศรัทธาของตน โดยตั้งชื่อว่าวัด "Byodo In" อย่างเช่นในทุกวันนี้นั่นเอง แล้วก็ได้มีการหอพระธรรมอามิดะ ขึ้นมาในบริเวณใกล้ๆกับสระน้ำของวัด              ส่วนพระพุทธรูปที่มีชื่อเสียงของวัด Byodo In นั้นก็ไม่ธรรมดาเลยครับ เนื่องจากถูกหล่อโดยช่างฝีมือที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของญี่ปุ่นในช่วงยุคเฮอัน ซึ่งมีชื่อว่า โจโช   รวมทั้งยังมีไม้ที่แกะสลักเป็นพระโพธิสัตว์,ภาพวาดต่างๆในสมัยโบราณที่ทำการวาดลงบนประตูไม้ และโบราณวัตถุอื่นๆอีก ให้ได้ชมกันอีกด้วย            ...
                   แม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าไปมากเพียงใดแต่ดูเหมือนว่าความเชื่อ ความศรัทธาในเรื่องศาสนาเองก็ยังคงมีอยู่ไม่ได้เสื่อมคลายไปแต่อย่างใด                   สำหรับที่ คุมาโน ซังซาน (Kumano Sanzan) แห่งนี้ เป็นอีก 1 สถานที่ๆแสดงให้เห็นถึงเรื่องราวความเชื่อและความศรัทธาของคนญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีเลยครับ โดยที่นี่ตั้งอยู่ใน จ.วากายาม่า ภูมิภาคคันไซ                   Kumano Sanzan ไม่ใช่เป็นเพียงแค่สถานที่เพียงสถานที่เดียว แต่เป็นความหมายรวมของศาลเจ้าโบราณที่มีความเก่าแก่เป็นร้อยปี 3 แห่งที่อยู่ใกล้เคียงกันบริเวณเทือกเขาคิอิ หรืออยู่ระหว่างคาบสมุทรคิอิ (Kii Peninsula) นั่นก็คือศาลเจ้าคุมาโนะ นาชิ (Kumano Nachi Taisha) ศาลเจ้าคุมาโนะ ฮายาทาม่า (Kumano Hayatama Taisha) ศาลเจ้าคุมาโนะฮงคุ (Kumano Hongku Taisha)                 ในยุคโบราณที่นี่ได้รับความนิยมในหมู่บรรดาผู้ที่มียศถาบรรดาศักดิ์ในราชสำนักทั้ง เชื้อพระวงศ์หรือขุนนาง ต่างก็ให้ความสำคัญกับที่นี่และมักจะเดินทางมาเพื่อทำพิธีไหว้ขอพรกับเทพเจ้าอยู่เสมอ...
           วัดน้ำใสหรือวัดคิโยมิสุเดระ (Kiyomizu Dera) เป็นวัดที่มีฃื่อเสียงโด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยวพอสมควรเลย เรียกได้ว่ามักจะถูกจัดเป็นโปรแกรมเที่ยวญี่ปุ่นของแทบทุกคนที่มาเที่ยวเกียวโต               วัดน้ำใสซึ่งบางคนก็เรียกว่าวัดคิโยมิสึ(คิโยมิสุเดระ) แห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งที่มีความเก่าแก่มากๆของประเทศตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่าวัดแห่งนี้เป็นวัดในพุทธศาสนานิกายฮอสโซ  ตั้งแต่ปี ค.ศ.778 ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาโอตาวะ อยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโต ในอดีตเคยพบกับเหตุการณ์ไฟไหม้อยู่หลายครั้งแต่ก็ได้รับการบูรณะ รวมถึงสร้างเพิ่มเติมขึ้นมาจนกระทั่งเป็นอย่างที่เห็นอย่างในทุกวันนี้ครับ และก็ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น 1 ในมรดกโลกของญี่ปุ่นด้วยครับ                  เมื่อคุณมาถึงที่วัดน้ำใสแห่งนี้นี้สิ่งที่เห็นได้เด่นชัดมากก็คือซุ้มประตูขนาดใหญ่ทำจากไม้มีสีส้ม เมื่อเดินเข้ามาก็จะมองเห็นอาคารต่างๆและที่สะดุดตาที่สุดก็คือเจดีย์ 3 ชั้น ภายในวัดมีองค์พระประธานคือพระโพธิสัตว์พันมือ แต่สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของวัดก็คือส่วนของอาคารหลักนั้นจะมีระเบียงที่ถูกสร้างให้ยื่นตัวออกไปในป่าที่มีต้นไม้โดยเฉพาะซากุระและต้นไม้ใหญ่อีกหลายชนิด จึงทำให้พอถึงช่วงเข้าสู่ซากุระกำลังบานจึงกลายเป็นจุดชมวิวชั้นยอดและก็แน่นอนว่าช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็เช่นกัน ทำให้วัดน้ำใสนี้ไม่ใช่เพียงแค่ศาสนสถานโบราณเท่านั้นแต่ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นและยังเป็นการชมทัศนียภาพของเมืองเกียวโตที่ดีมากอีกด้วย คุณจึงพบเห็นภาพถ่ายโปรโมทการท่องเที่ยวญี่ปุ่นจากระเบียบของวัดนี้อยู่บ่อยๆนั่นเองครับ ซึ่งแต่ละวันก็จะมีนักท่องเที่ยวไปวัดนี้มากมาย และก็จะเห็นสาวๆชาวญี่ปุ่น(หรือนักท่องเที่ยวชาติอื่น) ใส่กิโมโนหรือยูกะตะไปเที่ยววัดนี้จำนวนไม่น้อยเลยครับซึ่งก็สร้างบรรยากาศได้ดีเลยทีเดียว                               ส่วนทางด้านนอกของวัดน้ำใสก็จะมีร้านค้า ร้านอาหารต่างๆเรียงรายกันตามถนน ส่วนที่อยากให้ได้มาลองชิมกันคือ ไอศกรีมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รสสตรอเบอร์รี่ รสวนิลา...
                นาราหรือนาระ (Nara) เป็นจังหวัดหนึ่งของญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่ไม่เหมือนที่ใดในญี่ปุ่นและสิ่งนี้นี่เองก็เป็นจุดขายของเมืองที่ไม่เหมือนกับสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่อื่นครับ               เมืองนาราเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคคันไซ และไม่เพียงแค่เกียวโตเท่านั้นนาราในอดีตก็เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นมาแล้วเช่นกันตั้งแต่เมื่อ 1,300 ปีก่อน โน่นเลยทีเดียว                แต่จุดเด่นที่ทำให้นารามีชื่อเสียงโงดังนั้นดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องของความที่เป็นเหมืองหลวงเก่าแต่อย่างใด แต่เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งนั่นก็คือ "กวาง" นั่นเอง โดยเมื่อคุณเข้ามาในอุทยานที่นี่ไม่ว่าจะเดินไปไหนคุณก็จะพบแต่กวางเดินไปเดินมาเต็มไปหมด คุณจะได้สัมผัสกับสัตว์ที่ตามปรกติหาดูได้เฉพาะแต่ในสวนสัตว์เท่านั้น มาอยู่ใกล้ๆให้ได้สัมผัสกันแบบใกล้ชิดเลยทีเดียว แถมยังสามารถป้องอาหารให้ได้ด้วย และก็ไม่ต้องห่วงว่าจะโดนกวางทำร้ายเพราะเจ้าหน้าที่ได้จัดการตัดเขาแหลมๆออกไปทุกตัว แต่ก็อาจจะมีบ้างที่มีการใช้หัวมาดุนหากว่าหิวแล้วจะขออาหารจากคุณ             ไม่เพียงแค่กวางเท่านั้นหากมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระบานสะพรุ่งอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ก็ยังมีดอกไม้ชนิดอื่นอย่างดอกท้อหรือดอกไม้อีกนานาชนิดให้ได้ชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันด้วยแบบเต็มที่เลยครับ                          นอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เราเคยได้พาไปชมกันมาแล้วอย่างวัดโทไดจิและก็ยังมี วัดโฮริวจิ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างซึ่งทำด้วยไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย นาราจึงเป็นที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ 

POPULAR POSTS

สภาพอากาศญี่ปุ่น

Tokyo
light rain
26.5 ° C
28 °
25 °
78%
2.1kmh
75%
Sat
26 °
Sun
27 °
Mon
26 °
Tue
29 °
Wed
30 °

ค่าเงิน

THB - Thai Baht
JPY
0.301