โทโฮคุ (Tohoku)

โทโฮคุ (Tohoku)

              ปกติแล้วการมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วมาชมทะเลสาบอย่างที่เราเคยพาไปชมกันหลายครั้งนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่แต่ว่าที่ Okama Crater Lake  นี่รับรองว่าไม่เหมือนกันครับ             เพราะที่นี่ โอคาม่า ชาเตอ เลค หรือ Okama Charter Lake เป็นทะเลสาบของญี่ปุ่นที่มีความพิเศษที่ไม่เหมือนชาวบ้าน นั่นก็เพราะว่าที่นี่เป็นทะเลสาบที่แต่เดิมเคยเป็นปากปล่องของภูเขาไฟมาก่อน  โดยที่ตั้งของทะเลสาบแห่งนี้ก็อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล มากกว่า 1800 เมตร มีความกว้างถึงโดยวัดจากบริเวณกึ่งกลางของทะเลสาบประมาณ 1 ก.ม. บนภูเขา Zao ดังนั้นถ้าอยากจะมาเที่ยวก็จะต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นมาครับ           ทะเลสาบแห่งนี้มีฉายาว่าเป็นทเลสาบ 5 สี ขึ้นอยู่กับการหักเหจากแสงของดวงอาทิตย์ที่ทำให้สายตาเรามองเห็นเป็นสีที่แตกต่างกันไปแต่ในละช่วงเวลานั่นเอง ซึ่งจริงๆน้ำในทะเลสาบ Okama Charter Lake นั้น จะมีสีเขียวที่ออกเป็นสีเหมือนกับมรกต ซึ่งมีความสวยงามมาก แต่ว่าในความสวยงามนี้ก็ไม่มีปลาหรือสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในน้ำอาศัยอยู่ได้แน่นอนเพราะเต็มไปด้วยกำมะถัน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าคุณก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปสัมผัสหรือเล่นน้ำได้ ทำได้แค่เพียงยืนชมจากจุดชมวิวที่ได้มีการจัดเตรียมเอาไว้ให้เท่านั้นเองครับ            ซึ่งจุดชมวิวที่ดีที่สุดในการมองเห็น...
                หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เป็นทะเลสาบสวยๆนอกเหนือไปจากทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิแล้วที่ Lake Towada ก็เป็นที่ๆตอบสนองต่อความต้องการได้แน่ครับ                ทะเลสาบโทวาดะ  หรือ Lake Towada ตั้งอยู่ที่ จ.อาโอโมริ ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติอีกด้วย ทะเลสาบแห่งนี้นั้นมีต้นกำเนิดคล้ายกับทะเลสาบแห่งอื่นๆก็คือเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟนั่นเองทำให้ที่นี่ได้กลายมาเป็นทะเลสาบอย่างเช่นทุกวันนี้                 หากจะพูดถึงเรื่องความสวยงามแล้ว "ทะเลสาบโทวาดะ" นั้น ก็แทบจะไม่น่าเป็นรองทะเลสาบทีไหนเลยครับ เพราะน้ำของที่นี่นั้นมีความใสมากขนาดมองลงไปได้ลึกหลายเมตรเลยทีเดียว ทั้งนี้เมื่อบวกกับพืชพรรรณต่างๆที่อยู่โดยรอบทะเลสาบซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มาก โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ๆที่อยู่ริมฝั่งของที่นี่เมื่อเข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ใบไม้ก็จะสลับสีสันออกมากันอย่างสวยงามทั้งแดง ส้ม เหลือง  โดยที่นี่ก็จะมีบริการนั่งเรือเพื่อชมทัศนียภาพรอบๆ หรือจะเช่าเรือเป็ดไปปั่นเล่นในทะเลสาบก็ได้ครับ แต่แนะนำว่าควรไปล่องเรือรับรองว่าความสวยงามโดยเฉพาะตอนฤดูใบไม้ร่วงนั้นจะสวยงามจนต้องตะลึงเลยทีเดียวครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสวยเฉพาะช่วงนี้เท่านั้นในฤดูอื่นๆความสวยงามของทะเลสาบแห่งนี้ก็จะเปลี่ยนกันไปตามฤดูกาลด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วมาที่นี่ตอนเดือนไหนก็ไม่น่าผิดหวังทั้งนั้นครับ วิธีการเดินทางมา Lake Towadaตั้งต้นจากตัวเมือง Aomori ที่สถานีรถไฟ  JR จะมีรถโดยสาร JR Bus Tour คอยให้บริการอยู่ครับ...
               Kakunodate อยู่ที่จังหวัด Akita และที่นี่ก็เป็นจุดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งสำหรับการมาชมความสวยงามของซากุระ ที่มีเรื่องราวซึ่งน่าสนใจมากทีเดียวครับ                เมืองคาคุโนดาเตะ เป็นเมืองที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนักแต่ที่นี่ก็เป็นที่ๆมีชื่อเสียงและได้รับการชื่นชมจากคนรักการดูซากุระว่า เป็นสถานที่ๆเหมาะกับการมาเที่ยวชมซากุระเป็นอย่างมาก ซึ่งสังเกตได้จากปริมาณของนักท่องเที่ยวทีมาเที่ยวที่เมืองนี้ในช่วงซากุระออกดอก หรือเป็นช่วงที่มีการจัดงาน Sakura Festival ซึ่งมีจำนวนเป็นหลักล้านคนเลยทีเดียวครับ โดนซากุระนั้นจะขึ้นอยู่ตามกุระริมฝั่งแม่น้ำที่ยาวต่อกันไปถึง 2 กิโลเมตรเลยทีเดียว                สิ่งที่พิเศษของที่นี่ก็คือในบริเวณไม่ไกลกันนักในสมัยโบราณ(เอโดะ) นั้นเคยเป็นชุมชนหมู่บ้านของซามูไรมาก่อน บ่้านในแถบนี้หลายหลังก็ยังคนอยู่ในสภาพเดิม ซึ่งก็มีทั้งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆให้คนเข้าไปชมซึ่งก็มีการจัดแสดงของโบราณต่างๆเช่นชุดซามูไร ดาบซามูไร ซึ่งเป็นของแท้ทั้งสิ้น  แต่การเข้าชมต้องเสียเงินครับ แต่บางหลังก็ให้เข้าไปชมได้แบบฟรีๆก็มี มีบ้างที่เปิดเป็นร่านอาหารอร่อยๆคอยบริการนักท่องเที่ยว                ซึ่งตามบ้านซามูไรแต่ละหลังนั้นก็จะมีการปลูกต้นซากุระเอาไว้ ในช่วงยุคนั้นก็เหมือนกับประมาณเป็นการแข่งกันว่าซากุระที่บ้านของใครจะออกดอกเยอะแล้วมีความสวยงามกว่ากัน ซึ่งก็กลายเป็นผลดีที่ทำให้ต่อมาก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดคนมาเที่ยวญี่ปุ่นและมาที่ Kakunodate ได้เป็นจำนวนมากอย่างเช่นในทุกวันนี้นั่นเองครับ              ถ้าหากว่าคุณมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วอยากจะมาชมซากุระและเดินเที่ยวบ้านซามูไรก็ให้มาในช่วงประมาณปลายเดือนเมษษยน - ต้นเดือนพฤษภา เท่านั้นครบ จะเป็นช่วงที่สวยงามที่สุดของที่ Kakunodate นี่แล้ว วิธีการเดินทางมา...
             "Yamadera" นีเป็นชื่อเมืองๆหนึ่งที่อยู่ในจังหวัด ยามากาตะ (Yamagata) แต่สิ่งที่ทำให้เมืองนี้มีชื่อเสียงของการมาเที่ยวญี่ปุ่นก็เป็นวัดแห่งนึ่งที่อยู่บนภูเขาครับ               ชื่อวัดนี้ก็คือวัด Yamadera Temple หรืออีกชื่อหนึ่งว่า วัดริชชากูจิ (Risshakuji)   ซึ่งคำว่า Yama นั้นแปลว่าภูเขา ส่วน Dera ก็แปลว่าวัด รวมกันก็เข้าใจง่ายๆครับว่าวัดบนภูเขา  เพราะวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาทีชื่อว่าโฮจุซัง                วัดแห่งนี้ถือว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในแถบนี้เลยก็ว่าได้ครับ โดยย้อนกลับไปการสร้างวัดนี้ก็เริ่มมาตั้งแต่ยุคเฮอัน คือเมื่อประมาณ ค.ศ.860 บับมาถึงวันนี้ก็ผ่านไปเป็น 1,100 กว่าปีแล้ว   ซึ่งผู้ที่ริเริ่มก่อสร้างก็คือพระในศาสนาพุทธนิกายเทนได ซึ่งมีชื่อว่า Jigaku Daishi (เมื่อไปถึงวัดก็จะพบกับรูปปั้นจำลองของหลวงพ่อตั้งอยู่ด้วยครับ)             ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อกันว่าวัดนี้เป็นวัดที่มีความศักดื์สิทธิ์มาก อีกทั้งในสมัยก่อนนั้นพระพุทธศานาได้เผยแพร่เข้ามาจากจีนเข้าสู่ญี่ปุ่นซึ่งที่นี่ก็เป็นเหมือนกับศูนย์กลางความเจริญของศาสนาในเวลานั้นครับ ...
                    Hanamiyama  เป็นอีก 1 สถานที่สำหรับคนอยากจะมาชมซากุระครับ ที่นี่มีความสวยงามที่อาจจะเรียกได้ว่าไม่แพ้ที่ไหนในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้                  ฮานามิิยามะะ หรือ Hanamiyama  เป็นชื่อของภูเขาลูกเล็กๆ(หรือไม่แน่ใจว่าควรจะเรียกเป็นเนินเขารึเปล่า) ในเมืองฟุกุชิมะ (Fukushima) แรกเริ่มนั้นก็เป็นเป็นเพียงแค่ภูเขาธรรมดาๆเท่านั้นครับ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษที่น่าสนใจเลย แต่ว่าอยู่มาวันนึงชาวบ้านที่อยู่ในแถบนี้ไปเอาซากุระมาปลูกเอาไว้ รวมถุงดอกไม้ที่สวยๆหลายชนิด พอเวลาผ่านไปจากต้นเล็กๆก็กลายเป็นต้นใหญ่มีการขยายพันธุ์กันออกไปทั่วจนกระทั่งปกคลุมไปทั้งภูเขาลูกนี้ ซึ่งก็เปลี่ยนภูเขาธรรมดาๆให้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับการชมซากุระที่ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นไปได้ ซึ่งก็ต้องชมชาวบ้านในแถบนี้ที่คิดทำสิ่งดีๆแบบนี้ออกมา                  และก็ไม่เพียงแต่จะเป็นสถานที่ชมซากุระเท่านั้น ยังมีบรรดาดอกไม้หลายชนิดโดยเฉพาะดอกนาโนฮานะ (Nanohana ) ที่มีสีเหลืองจะบานกันเป็นทุ่งกว้าง ถ้ามาในช่วงซากุระออกดอกพอดีด้วยแล้วที่นี่ก็จะเพิ่มความสวยงามของสีสันจากดอกไม้เพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวทีเดียวครับ                 หากว่าคุณสนใจมาเที่ยวญี่ปุ่นเพื่อหวังจะมาดูซากุระของที่นี่จะมาก็สามารถเข้าชมได้ฟรีอีกด้วย เพราถึงแม้จะเป็นที่ดินส่วนตัวแต่เจ้าของที่ก็ไม่ได้มีการเก็บเงินค่าชมจากนักท่องเทียวแต่อย่างใดครับ โดยควรจะมาช่วงซากุระบานของที่นี่คือเมษายน-พฤษภาคม เท่านั้นครับ   วิธีการเดินทางมาภูเขา Hanamiyama จากบริเวณตัวเมือง Fukushima ให้ขึ้น shuttle bus ...
                Ouchijuku เป็น 1 ในหมู่บ้านเก่าที่มีความเก่าแก่ที่ได้รับการอนุรักษ์จากทางราชการและคนท้องถิ่นเอาไว้ได้อย่างดีครับ ที่นี่จึงเป็นที่เที่ยวญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ                    การมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่าประเทศนี้มีสเน่ห์มากๆ นอกจากเรื่องของธรรมชาติแล้วก็น่าจะเป็นการรักษาความเก่าแก่ในยุคโบราณได้อย่างดี อย่างเช่นที่หมู่บ้านนี้ครับซึ่งครั้งหนึ่งในยุคเอโดะ(ตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ. 1603 - ค.ศ. 1868 ) หมู่บ้านนี้มีชื่อว่า "โออุชิจูกุ (Ouchijuku)" ในจังหวัดฟูกุชิม่า(Fukushima)  เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้ในสมัยก่อนนั้นเคยเป็นเส้นทางผ่านของการเดินทางจากเมืองหลวงไปยังบรรดาหัวเมองต่างๆของประเทศแลัวก็ยังเป็นเส้นทางผ่านสำหรับผู้ที่ต้องมาทำการค้าระหว่างเมือง นั่นคือเมืองไอสุและเมืองนิกโกะ เมื่อเป็นแบบนี้จึงทำให้เกิดความคึกคักอย่างมากในช่วงเวลานั้น           ...
             Funaoka castle ruin park หรือ Funaoka castle park เป็นอีก 1 จุดในญี่ปุ่นครับ ที่เหมาะกับการมาเที่ยวช่วงที่ดอกซากุระกำลังบาน และแน่นอนว่าที่นี่ไม่ธรรมดาแน่นอนครับ            Funaoka castle ruin park เป็นเนินเขาแห่งหนึ่งอยู่ที่จังหวัดมิยากิ (Miyagi) ที่นี่ได้รับการยกย่องจากคนญี่ปุ่นว่าเป็น 1 ใน 100 ของสถานที่ๆมีความสวยงามที่สุดในการมาชมซากุระด้วย  เพราะฉะนั้นที่นี่จึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากในช่วงเข้าสู่เวลาที่ดอกซาุระกำลังผลิบาน                  บางท่านอาจจะส่งสัยว่ามีคำว่า Castle แบบนี้ก็คงจะต้องมีประสาทอยู่ด้วยเหมือนกับหลายๆเมือง แต่จริงๆแล้วประสาทที่นี่นั้นได้ถูกทำลายไปจนหมดซึ่งเป็นผลมาจากช่วงที่เกิดสงครามในประเทศขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1671 ซึ่งทำให้ในบริเวณนี้จึงแทบจะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย สุดท้ายแล้วที่นีก็ถูกนำมาปรับปรุงด้วยการเอาต้นซากุกระมาปลูกเพิ่ม รวมทั้งดอกไม้อีกหลายๆชนิดด้วย                         แต่ถ้าจะถามถึงไฮไลท์ที่สุดของที่นี่ก็ไม่ใช่เพียงแค่การเดินหรือนั่งชมซากุระแล้วถ่ายรูปเท่านั้นแต่เป็นการไปขึ้นรถราง ที่สร้างผ่านบรรดาต้นซาะกุระที่กำลังออกดอกเพื่อขึ้นไปทางด้านบนเนินเขา โดยต้องเสียค่าโดยสารคนละ 250 เยน ...
             ผมเชื่อว่าคงไม่ค่อยมีใครจินตนาการว่าได้ไปอยู่ท่ามกลางฝูงสุนัขจิ้งจอก(ที่ไม่ได้มีความน่ากลัวเหมือนในกับในนิทานหรือตามสารคดีอะไรโหดๆแบบนั้นแต่จิ้งจอกที่นี่ล้วนแล้วแต่น่ารักดูเหมือนกับตุ๊กตาเลย)              หมู่บ้านจิ้งจอก(Fox Village) ที่ญี่ปุ่นแห่งนี้มิยางิ(Miyagi) บริเวณเทือกเขาใกล้ๆ Shiroishi  เมื่อไปถึงคุณตะพบกับสุนัขจิ้งจอก 6 พันธุ์ เช่น จิ้งจอกแดง จิ้งจอกขาว ซึ่งอยู่ในเขตอนุรักษ์ และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมเมื่อปี พ.ศ.2533  เมื่อคุณไปถึงหมู่บ้านแห่งนี้คุณต้องเข้าใจว่าคุณไปในฐานะแขกที่เจ้าบ้านอย่างจิ้งจอกจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระสามารถอยู่ที่ไหนก็ได้ตามใจต้องการ             แต่จริงๆแล้วเมื่อมาเที่ยวหมู่บ้านจิ้งจอกแห่งนี้ส่วนแรกของหมู่บ้านจะออกแนวคล้ายๆกับสวนสัตว์เล็ก(petting zoo) ตรงนี้จะมีสุนัขจิ้งจอกแค่ไม่กี่ตัวครับ จะมีทั้งที่ถูกล่ามเอาไว้และส่วนที่อยู่ในกรง นอกจากนี้ก็จะมีสัตว์น่ารักๆอื่นๆอย่างกระต่าย ม้าแคระ แล้วก็แพะ ที่เหมาะกับการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก             ส่วนที่เป็นไฮไลท์สำคัญก็คือหมู่บ้านจิ้งจอกที่จะอยู่ทางด้านหลังประตู ในบริเวณส่วนนี้ก็จะเป็นบริเวณที่ได้ทำการเปิดให้สุนัขจิ้งจอกจำนวนมากสามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระ ในบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยจำนวนมาก และมีการสร้างบ้านเล็กให้จิ้งจอกเอาไว้ได้ใช้หลบแดด หลบฝนด้วย สุนัขจิ้งจอกในนี้มีให้ชมกันแทบทุกสี  บางตัวเมื่อเห็นนักท่องเที่ยวก็จะรีบวิ่งเข้ามาดู(ไม่แน่ใจว่าชินกับนักท่องเที่ยวและรู้ว่ามีโอกาสจะได้อาหารไปกินรึเปล่า) แต่ก็จะมีบางตัวที่ออกแนวระแวงไม่กล้าเข้าใกล้ ในขณะที่บางตัวก็มีเหมือนกันที่ไม่ได้สนใจว่าใครจะมาใครจะไปนอนอย่างเดียว  คุณสามารถซื้ออาหารเพื่อนำไปเลี้ยงเจ้าของบ้านได้ในราคาถุงละประมาณ 100 เยน แต่ก็มีกฏของที่นี่อยู่เช่นกันที่โดยจะมีเจ้าหน้าที่อธิบายรวมทั้งป้าย...
              จังหวัดอาคิตะนั้นตั้งอยู่ในภูมิภาคโทโฮะกุ หรือเป็นพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง  แต่ว่าจะอยู่ทางเหนือสุดของเกาะฮอนชู จังหวัดนี้สิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดดูเหมือนว่าจะไม่ใช่สถานที่แต่เป็นสายพันธุ์สุนัข "อาคิตะ" นั่นเอง                              ยิ่งในบ้านเราแล้วสุนัขสายพันธุ์อาคิตะนี้ก็เป็นที่ต้องการของคนรักสุนัขหลายคน ส่วนหนึ่งนอกจากรูปร่างหน้าตาที่น่ารักน่าเอ็นดูแล้วก็น่าจะมาจากเรื่องเล่าของเจ้า "ฮาจิโกะ" ที่เวลานี้มีรูปปั้นอยู่บริเวณหน้าสถานีรถไฟชิบูย่าที่เราได้เคยนำเสนอไปแล้วนั่นเอง  แต่ความจริงแล้วอาคิตะหรืออากิตะแห่งนี้ยังมีสถานทีท่่องเที่ยวที่น่านใจอีกมากกำลังรอให้คุณได้ไปสัมผัสกัน เช่น-  ทะเลสาบทาซาวะ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่มีความลึกมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยจากการวัดระดับความบลึกพบว่าในส่วนที่ลึกที่สุดนั้นมีความลึกถึง 423.4 เมตร  ทะเลสาบทาซาวะเป็นทะเลสาบสีน้ำเงินเข้มและที่สำคัญไม่ว่าจะอากาศหนาวแค่ไหนทะเลสาบแห่งนี้ก็ไม่เคยกลายเป็นน้ำแข็ง  นอกจากนี้ก็ยังมีตำนานของทะเลสาบเล่าว่า  ในสมัยโบราณมีหญิงสาวที่ชื่อว่าทสึโกะ ซึ่งเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงามมาก จนทำให้เธออยากให้ความสวยเช่นนี้อยู่ไปตลอดกาล จึงได้ไปทำการอธิษฐานที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แต่แทนที่หญิงสาวจะได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ กลับกลายเป็นว่าเธอได้กลายร่างเป็นมังกรแทนทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวและอับอายไม่อาจพบใครได้อีกจึงได้ลงไปซ่อนตัวลงไปในทะเลสาบทาซาวะนี่เอง  และก็ยังมีการสร้างอนุสาวรีย์สีทองอุทิศให้กับเธอด้วย-   โทวาดะฮาจิมังไต  เป็นอุทยานแห่งชาติอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น...
             มาถึงที่เที่ยวญี่ปุ่นที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งครับนั่นคือจังหวัดอาโอโมริ ซึ่งอยู่ในภูมิภาคโทโฮคุ บริเวณตอนเหนือสุดของเกาะฮอนชู นั่นเอง           อาโอโมริ (Aomori) นั้นอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสำหรับคนในบ้านเรานัก แต่ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงเป็นจากการที่เป็นแหล่งผลิตผลทางด้านการเกษตร อันดับ 1 ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่ขึ้นชื่อก็คือ แอปเปิ้ลและ มันฝรั่งญี่ปุ่น (นากาอิโมะ)            สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของอาโอโมริต้นอิโจยักษ์แห่งคิตะคาเนกาซาวะ ต้นไม่ต้นนี้ตั้งอยู่ที่เมืองฟุคะวาระ ซึ่งเป็นต้นไม้โบราณที่เชื่อกันว่ามีอายุมาเป็นพันปีแล้ว โดยจากการที่มีการเอาสายวัดรอบวงมาวัดขนาดของลำต้นพบว่ามีความกว้างถึง 22เมตร ถ้าวัดซีงเป็นต้นอิโจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียวทะเลสาป โทวาดะ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับต้นๆของญี่ปุ่นปราสาทฮิโรซากิซึ่งเป็นของตระกูลซึการุ ในช่วงสมัยเอโดะ แม้ว่าขนาดจะไม่ใหญ่โตเหมือนกับปราสาทอื่น อย่างเช่น ปราสาทโอซาก้า แต่ก็ให้บรรยากาศของความเก่าแก่และประวัติศาสตร์โบราณได้ดี ในปัจจุบันนี้ก็ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณะฮิโรซากิ ซึ่งใฃ้เป็นที่พักผ่อนของคนในบริเวณนี้รวมถึงนักท่องเที่ยวด้วยพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านซึการุ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเครื่องเซรามิกพื้นบ้านของซึการุ ซึ่งคุณสามารถพบกับงานศิลปะรวมถึงเครื่องใช้ดั้งเดิมอายุหลายร้อยปีได้ที่นี่ อาโอโมริ เบย์ (Aomori Bay) ซึ่งในย่ามค่ำคืนจะมีความสวยงามเหมาะกับการมาเดินเที่ยวเป็นอย่างมาก        ...

POPULAR POSTS

สภาพอากาศญี่ปุ่น

Tokyo
broken clouds
27 ° C
29 °
25 °
65%
5.1kmh
75%
Sun
24 °
Mon
24 °
Tue
19 °
Wed
20 °
Thu
22 °

ค่าเงิน

THB - Thai Baht
JPY
0.308