การเดินทางมาจากสนามบินต่างๆ

           การเที่ยวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเริ่มที่สนามบินที่สำคัญของญี่ปุ่น คือ ท่าอากาศยานนาริตะ (Narita International Airport) หรือ เรียกเต็มๆว่าท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ สนามบินตั้งอยู่ที่เมืองนาริตะ (Narita) ห่างจากเมืองหลวงคือกรุงโตเกียว (Tokyo) ประมาณ 60 กิโลเมตร ซึ่งการจะเดินทางเข้าไปที่กรุงโตเกียวนั้น สามารถทำได้หลายวิธี เช่น

 

• บริการรถไฟด่วน JR Narita Express
           เป็นการเดินทางที่มีความสะดวกและรวดเร็วที่สุด เนื่องจากไม่ต้องเจอกับการจราจรที่ติดขัด สามารถเดินทางไปถึงสถานีที่ต้องการในโตเกียวได้ง่าย คือ สถานี Tokyo รวมทั้งสถานี ชินากว่า(Shinagawa),ชิบูย่า(Shibuya),ชินจูกุ(Shinjuku) รวมทั้งสถานีโยโกฮาม่า Yokohama อีกด้วย การเดินทางด้วย JR Railpass วิธีนี้จะเหมาะกับสำหรับนักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยวที่มีสิ่งของหรือสัมภาระไม่มากนัก เป็นการเดินทางที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะสามารถทำเวลาในการเดินทางได้ดี

คุณสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ Green Window บริเวณชั้นใต้ดิน B1 ในสนามบิน โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.30-21.45 น.

รายละเอียดการเดินทางของรถไฟด่วน JR Narita Express ได้ที่เวบไซท์ http://www.jreast.co.jp/e/nex/index.html

 

• บริการรถด่วนและรถเร็ว KEISEI
            เป็นการเดินทางที่รวดเร็วอีกวิธีหนึ่งและยังช่วยประหยัดค่าโดยสารได้ดีอีกด้วย เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้ใช้บริการของรถไฟด่วน JR Railpass  คุณสามารถโดยใช้บริการ keisei ได้ที่สถานี Keisei Narita ที่อยู่ในส่วนของชั้นใต้ดิน B 1 F ซึ่งจะไปเชื่อมต่อกับสาย JR ได้ที่สถานี นิปโปริ(Nippori) หรือจะลงที่สุดสายที่สถานี Keisei Ueno ในโตเกียว ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ JR Ueno ครับ

ตารางการเดินรถของ Keisei เพื่อเข้าไปที่โตเกียว สามารถตรวจรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่ เวบไซท์ www.keisei.co.jp

           

             สำหรับแผนผังในเรื่องของการคมนาคมเพื่อเข้า-ออก ระหว่างสนามบินและกรุง Tokyo (จากท่าอากาศยาน Narita เข้มาที่โตเกียว) และ Yokohama Airport

 

• รถบัสลีมูซีน (Limousine Bus) จากสนามบิน Narita
              รถบัสลีมูซีนนี้จะเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มีสัมภาระ เช่น กระเป๋าเดินหลายใบหรือมีขนาดใหญ่ ซึ่งการหาบริการรถแท็กซี่จะทำได้ค่อนข้างยากหากเป็นการเดินทางช่วงสั้นๆวิธีการนั่งรถบัสก็เป็นวิธีที่สะดวกดีครับสำหรับการเดินทางเข้าโตเกียว  โดยควรจะเป็นรถบัสลีมูซีนไปลงที่สถานีปลายทาง นั่นคือ Tokyo City Air Terminal หรือ TCAT, สถานีโตเกียว, สถานีชินจุกุ รวมทั้งโตเกียวดีสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland)

               หากมีสัมภาระหรือกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่มาก เวลาที่คุณจะเดินทางออกไปนอกประเทศญี่ปุ่น คุณสามารถเอากระเป๋าเดินทางไป check in ได้ที่ TCAT  สามารถติดต่อรายละเอียดข้อมูลได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 03-3665-7232 หรือ จะไปดูที่เว็บไซต์  www.tcat-hakozaki.co.jp ก็ได้ วิธีนี้จะเป็นการช่วยลดภาระในการขนกระเป๋าเพื่อไปเช็คอินที่สนามบิน อีกทั้งรถบัสลีมูซีนบัสแบบนี้จะค่อนข้างมีความสะดวกสบายดีมากด้วยที่เบาะที่ปรับเอนเพื่อนอนได้ ซึ่งจะมาบริการจอดรับผู้โดยสารอยู่ที่บริเวณริมทางเท้าที่อยู่ด้านนอกของอาคารผู้โดยสารขาเข้าครับ

                ตั๋วของบัตรลีมูซีนบัสนั้นคุณสามารถซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ที่อยู่ในห้องโถงของผู้โดยสารขาเข้า ซึ่งจะมีบัตรแบบรวมกับตั๋วรถไฟฟ้าใต้ดิน(Tokyo Metro Lines 8) มีอายุการใช้ได้ 1 วัน ตั๋วแบบนี้จะเรียกว่า Limousine & Metro Pass ราคาอยู่ที่ 3,100 เยน หรือถ้าไม่อย่างนั้นจะซื้อบัตรแบบเดี่ยวๆเพื่อไปที่เฉพาะปลายทางที่ต้องการตามสถานีที่จอดหรือเป็นตามโรงแรมต่างๆ คุณก็เลือกรถบัสคันที่ไปลงยังโรงแรมที่ได้ทำการจองที่พักเอาไว้ แต่ถ้าหากโรงแรมของคุณไม่ใช่จุดที่จอดของรถก็ให้ไปลงที่โรงแรมซึ่งใกล้ที่สุดแทน แล้วจากนั้นก็ค่อยเดินทางต่อด้วยรถแท็กซี่ก็ได้เช่นกัน

            รถลีมูซีนบัสมีจุดที่จะไปจอดปลายทางหลายที่ด้วยกัน นอกจากจะเป็นตามโรงแรมต่างๆแล้ว ยังจะไปที่สนามบินฮาเนดะ Haneda  ซึ่งจะสามารถต่อเครื่องบินภายในประเทศญี่ปุ่นเพื่อไปยังเมืองต่างๆ นอกจากนี้ก็ยังไปลงที่ โยโกฮามา เพียงแห่งเดียวแล้วก็จะไม่มีการจอดแวะระหว่างทางที่ไหนอีกเลย

             รายละเอียดของการเดินทางต่างๆ และหากต้องการจะสำรองที่นั่งให้โทรที่เบอร์ 03-3665-7220 ในเวลาทำการ คือ หากเป็นวันธรรมดา จันทร์-ศุกร์  09.00-19.00 น. ส่วน วันเสาร์ วันอาทิตย์ รวมทั้งวันหยุด ให้โทรไป เวลา09.00-18.00 น. หรือไปดูรายละเอียดต่างๆที่เวบไซท์  www.limousinebus.co.jp/e

 

ค่าบริการรถบัสลีมูซีนจากสนามบินนาริตะเข้าเมือง

 

ที่หมายเวลา (นาที.)ราคา(เยน)
  Mejiro, Korakuen Area903,000
  Akasaka Area80-1203,000
  Ikebukuro Area853,000
  Ginza Area803,000
  Kudan Area903,000
  Shibuya Area853,000
  Shinagawa, Ebisu Area85-1103,000
  Shinjuku Area853,000
  Shiba Area80-1203,000
  Tachikawa Area1703,500
  Odaiba, Tennozu Area60-902,700-3,000
  TCAT552,900
  Tokyo sta.803,000
  Haneda Airport753,000
  Yokohama Area1203,500

 

• บริการแท็กซี่
          หากคุณจะใช้บริการของรถแท็กซี่ก็มีให้เช่นกันโดยจากสนามบินนาริตะเพื่อมาที่โตเกียว ก็เหมือนกับแท็กซี่ของบ้านเราคือกำหนดค่าโดยสารตามมิเตอร์ แต่ก็จะไม่รวมกับค่าขึ้นทางด่วน ซึ่งมีราคาค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 25,000 เยน หรือหากจะใช้แบบประหยัดก็คือใช้บริการของจัมโบ้รถแท็กซี่ ซึ่งเป็นแท็กซี่ที่สามารถนั่งได้ถึง 9 คน โดยค่าโดยสารแบบนี้ก็จะถูกเฉลี่ยให้ถูกลงคือจะอยู่ที่ราวๆ คนละ 3,500 – 5,000 เยน ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับว่าจะไปลงตรงไหนของโตเกียวนั่นเอง จะช่วยประหยัดได้มากเพียงแต่ก็จำเป็นจะต้องรอให้ผู้โดยสารคนอื่นขึ้นมาจนเต็มก่อนจึงจะสามารถออกรถได้  แต่ถ้าคนไหนไม่อยากรอนานๆหรือมากันเป็นกลุ่มกันเองก็อาจใช้บริการของมินิแวนแท็กซี่ ซึ่งจะเป็นแบบเหมาจ่าย ราคาประมาณ 14,000 – 20,000 เยน (ไม่รวมค่าทางด่วนเช่นกัน) นอกจากนี้ก็ยังมีค่าสำรองที่นั่งอีก 400 เยน หรืออาจจะมีค่าปรับตามเส้นทางราวๆ 660 เยน

 

บริการต่างๆที่มีของสนามบิน

ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยวนาริตะ (NARITA TIC)  ศูนย์แห่งนี้จะตั้งอยู่ในบริเวณของห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าใน terminal 1 และ 2  เป็นที่ๆจะไปขอรับข้อมูลต่างๆที่จำเป็นก่อนที่จะเดินทางไปโตเกียวได้ ที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่ของศูนย์คอยทำการต้อนรับ ส่วนใหญ่จะพูดได้หลายภาษา โดยมีทั้งข่าวสารการท่องเที่ยวต่างๆ และแจกแผนที่+คู่มือ สำหรับใช้เดินทางให้ฟรีๆอีกด้วย เวลาทำการของศูนย์NARITA TIC จะเริ่มตั้งแต่เวลา 8.00 น. – 20.00 น. ของทุกวัน

• บริการส่งสัมภาระไปยังที่พัก   นักท่องเที่ยวคนไหนหากว่ามีสัมภาระเยอะไม่สะดวกที่จะขนเอง ที่นี่ก็มีบริการส่งสัมภาราระของคุณไปจนถึงโรงแรมที่พักได้เลย โดยสามารถทำการติดต่อเพื่อใช้บริการสำหรับส่งสัมภาระได้ที่อาคารผู้โดยสารขาเข้า ส่วนของเคาน์เตอร์ประจำของ JAL ABC ราคาก็จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักนั่นเอง

 

ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ (Kansai International Airport)

            สำหรับท่าอากาศยานคันไซหรือสนามบินคันไซ (Kansai) เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ใหญ่อันดับ2 ของญี่ปุ่นรองจากที่นาริตะ สนามบินแห่งนี้จะตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอ่าวโอซาก้า (Osaka) ห่างจากสถานีรถไฟ JR Shin-Osaka ปรัะมาณ 60 กิโลเมตร

           บริเวณสำหรับผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 ของตัวอาคารนั้นจะมีศูนย์ให้บริการข่าวสารการท่องเที่ยวของภูมิภาคคันไซ  ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. นอกจากนี้ก็ยังมีธนาคารต่างๆถึง 9 ธนาคาร ที่คุณสามารถไปใช้บริการแลกเปลี่ยนเงินเยนได้

          ส่วนนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเริ่มใช้บริการของ Japan Rail Pass นั้นสามารถแลกเป็นบัตรได้ตรงศูนย์ข้อมูล JR ซึ่งจะอยู่ในส่วนของห้องโถงสำหรับผู้โดยสารขาเข้าจากต่างประเทศ (ชั้น 1) ที่นี่ก็จะเปิดให้บริการทุกวัน โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 ไปจนถึง 19.00 น. หรือจะแลกเป็นบัตรและทำการจองที่นั่งรถไฟได้ด้วยที่สถานี JR Kansai Airport ที่นี่ก็เปิดทำการทุกวันเช่นเดียวกัน ตั้งแต่เวลา 6.00-23.00 น. คุณสามารถโทรศัพท์สอบถามข้อมูลได้ที่ 072-456-6242

รายละเอียดเพิ่มเติมของสนามบินคันไซ อ่านรายละเอียดได้ที่ www.kansai-airport.or.jp

รายละเอียดของวิธีการเดินทางจากท่าอากาศยานคันไซ เพื่อเข้าไปที่เมือง โอซาก้า,เกียงโต,โกเบ มีดังนี้

 

ด้านล่างนี่คืออัตราค่าบริการของการใช้รถโดยสารลีมูซีนบัสจากสนามบินคันไซไปยังสถานที่ต่างๆครับ

ที่หมายเวลา (นาที.)ราคา( เยน)
  JR Osaka Sta,Umeda Area50-951,300
  Shinsaibashi Area50-801,300
  OCAT (JR Nanba Sta.)45880
  Hirakata City80-1151,800
  Osaka Airport70-751,700
  Universal Studios Japan50-701,300
  Kobe, Sannomiy Area60-751,650-1,800
  Takamatsu Sta.2155,000
  JR Kyoto Sta, Kyo Area95-1352,300
  JR Nara Sta, Nara Area80-851,800
  JR Wakayama Sta.40-651,100

 

ส่วนหากจะใช้บริการของรถแท็กซี่ จากท่าอากาศยานคันไซเข้าไปในตัวเมืองจะเสียค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 20,000 เยน

 

การคมนาคมจากท่าอากาศยานอื่นๆ เข้าเมือง

เครือข่ายการคมนาคมในประเทศ

             ประเทศญี่ปุ่นนั้นถือได้ว่ามีระบบการขนส่งมวลชนที่มีความทันสมัยที่สุดในโลก โดยเฉพาะในเรื่องของระบบคมนาคมโดยรถไฟ ซึ่งเรียกได้ว่าครอบคลุมจนแทบจะทุกจุดหมายปลายทางของความต้องการเดินทางภายในประเทศ  ไม่เพียงแค่นี้เส้นทางโดยเฉพาะถนนหลวง รวมไปถึงบริการสายการบินต่างๆภายในเอง นอกจากนั้นก็ยังมีรถแท็กซี่,รถโดยสารประจำทาง  ที่ทำหน้าที่เป็นบริการช่วยเสริมการเดินทางภายในให้สะดวกมากขึ้น ส่วนถ้าเป็นการเดินทางระหว่างเกาะต่างๆก็มีเรือเฟอรี่ที่เชื่อมระหว่างเมืองท่าต่างๆไม่ว่าจะเป็น โตเกียว,โอซาก้า หรือโกเบ กับเมืองท่าที่เป็นเกาะอย่าง ออกไกโด,คิวชู และ ชิโกคุ อยู่อีกหลายเส้นทางเรียกได้ว่ามาเที่ยวญี่ปุ่นการเดินทางไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน

• สายการบินในประเทศ
ญี่ปุ่นมีสายการบินหลายแห่ง เช่น เจแปนแอร์ไลน์ส (JAL),ออลนิปปอนแอร์เวย์ส (ANA) นอกจากนี้ก็ยังมีสายการบินอื่นๆอยู่อีกหลายบริษัทที่ให้บริการเส้นทางการบินภายในประเทศ วิธีการเินทางแบบนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อาจจะมีเวลาจำกัด โดยการจองเที่ยวบินต่างๆนั้นก็สามารถจองผ่านกับบริษัทนำเที่ยวใหญ่ๆได้เพื่อความสะดวก

 

• เรือเฟอรี่และเรือสำราญ (Cruise)
เรือเฟอรี่ที่มีให้บริการนั้นจะเชื่อมโยงการเดินทางของเกาะต่างๆ หลายแห่งๆเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะกับเส้นทางที่ได้รับความนิยมใช้บริการกันมากแห่งหนึ่งก็คือ กานั่งเรือเส้นทางจากโตเกียวไปที่ท่าเรือที่อยู่ทางเหนือของเกาะฮอกไกโด ส่วนหากเป็นทางตอนใต้ก็จะมีบริการไปจนถึงหมู่เกาะโอกินาวาเลยทีเดียว โดยเส้นทางการล่องเรือนั้นจะผ่านทั้งเกาะฮอนชูและ ชิโกกุ ซึ่งจะลัดเลาะไปตามเกาะแก่งต่างๆ โดยหากเป็นเรือสำราญ(Cruise) ก็จะมีความหรูหรามาก เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาพักผ่อนนานๆ และมีเงินมากพอสมควรครับ

• รถประจำทางหรือรถบัส JR
เป็นบริการที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน การนั่งรถบัสจากโตเกียวหรือเมืองใหญ่อื่นๆทำได้สะดวก ราคาจะถูกกว่าการนั่งรถไฟ(ชินคังเซน)แต่ก็ใช้เวลานานกว่าเพราะอาจติดขัดเรื่องการจราจร รถประจำทางที่บริการโดยบริษัทเอกชนก็มีหลายสาย ข้อดีที่สำคัญของการเดินทางโดยรถบัสก็คือหากเดินทางตอนกลางคืนก็จะเป็นการประหยัดค่าโรงแรมไปได้ด้วย

• การใช้บริการไฮย์เวย์ บัส (High Way Bus)

การเดินทางด้วยไฮย์เวย์ บัส เป็นอีกวิธีการเดินทางที่น่าสนใจเพราะมีความสะดวกรวมทั้งยังสามารถชมวิวที่สวยงามได้ตอด 2 ข้างทาง เนื่องจากมีเส้นทางการให้บริการมากกว่า 1,500 เส้นทางทั้วทั้งประเทศ
สำหรับรายละเอียดเส้นทางการเดินรถต่างๆคุณสามารถ ไปดูได้ที่เวบไซท์ทั้ง 2 แห่งทางด้านล่างนี้ครับ
www.bus.or.jp หรือที่ www.jrbuskanto.co.jp

• รถเช่า
ไม่แนะนำให้ไปเช่ารถโดยเฉพาะกับการจราจรในเมืองใหญ่ทีมีรถหนาแน่นการจรจรต่างๆติดขัดมาก สำหรับเการบริการเช่ารถมีให้ตามสถานีในเมืองใหญ่รวมทั้งสนามบิน ซึ่งหากคุณจะใช้บริการก็ต้องมีใบขับขี่สากลด้วยครับ ซึ่งเมื่อมาถึงญี่ปุ่นก็ต้องทำการติดต่อด้วยตนเอง
รายละเอียดของการเช่ารถในญี่ปุ่นดูได้ที่ www.nipponrentacar.co.jp/english หรือ ที่ www.japan.hertZ.com ครับ

 

• การเดินทางโดยรถไฟระยะไกล
การเดินทางโดยเจแปนเรลเวย์ (JR Lines) รวมทั้งกลุ่มบริษัทที่อยู่ในเครือ 6 บริิษัท ซึ่งมีครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศ  ซึ่งมีการเปิดให้บริการสำหรับการเดินทางระยะไกลภายในประเทศ โดยรถไฟสายของเ JR รวมถึงรถด่วนพิเศษซึ่งก็มีทั้งประเภท รถด่วนไม่จอดตามสถานีย่อยๆ,รถด่วนชนิดมีตู้นอน ซึ่งเป็นการเดินทางที่น่าสนใจที่สุดอย่างหนึ่ง ส่วนค่าเดินทางนั้นก็จะคิดไปตามระยะทางนั่นเอง โดยคุณก็สามารถสำรองที่นั่งได้ตามจุดบริการรับจองตั๋วที่อยู่ตามชั้นต่างๆ ในสถานี JR ครับ

หากต้องการจะดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.japanrail.com

 

เจแปนเรลพาส (JR Pass)
JR Pass เป็นวิธีการเดินทางการเที่ยวญี่ปุ่นที่ดีมากสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการใช้คูปองสำหรับการใช้บริการโดสารรถไฟท่องเที่ยวโดยไม่มีการจำกัดระยะทาง คุณสามารถนำไปใช้ได้กับทั้งโดยสารรถไฟ JR,รถบัสแม้กระทั่งเรือเฟอรี่ที่อยู่ในเครือของ JR ก็ได้ นอกจากนี้ก็ยังรวมไปถึงรถไฟฟ้าที่มีชื่อเสียงทางด้านความเร็วนะดับโลกอย่างรถด่วนพิเศษชินคันเซนนั่นเอง (แต่จะมีเส้นทางยกเว้นบางเส้นทางคือขบวนของ Nozomi ซึ่งแล่น จาก Tokyo ผ่าน Shin Osaka ไปถึงFukuoka รวมทั้งตามรถไฟใต้ดินของเมืองต่างๆที่ไม่ใช่ของ JR)

       สำหรับท่านที่สนใจจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าชินคันเซนเฉพาะสาย JR East สามารถทำการสำรองที่นั่งผ่านเว็บไซท์ทางด้านล่างนี้เลยครับ
http://jreast-shinkansen-reservation.eki-net.com

             โดยการซื้อนั้นจะต้องซื้อนอกประเทศญี่ปุ่นนะครับ โดยซื้อจากบริษัทนำเที่ยวต่างๆที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายหรือท่านที่เดินทางกับสายการบินออลนิปปอนแอร์เวย์ส (ANA) ซึ่งสงวนไว้สำหรับเฉพาะลูกค้าที่เดินทางกับสายการบินแห่งนี้เท่านั้น 

Advertisement

         *** การใช้คูปองชนิดนี้จะเริ่มใช้ในวันใดก็ได้โดยต้องอยู่ภายในระยะเวลา 3 เดือน นับจากวันที่ออกคูปอง โดยการใช้ก็คือนำคูปองไปแลกเป็นบัตรได้ที่ JR Ticket Office ซึ่งมีให้บริการอยู่ที่สนามบินนาริตะ ***

               โดยถ้าหากคุณจะเริ่มใช้คูปองเป็นวันแรก บัตรที่ได้มานั้นจะสามารถเอาไปใช้เพื่อสำรองที่นั่งเพื่อใช้โดยสารรถไฟด่วน JR สาย Narita Express เพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในโตเกียวเองหรือจะไปถึงโยโกฮาม่าก็ได้เช่นกันครับ แต่ถ้าหากว่ายังไม่เต้องการใช้ก็สามารถนำเอาคูปองไปแลกเป็นบัตร ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว View Plaza ซึ่งก็จะมีตั้งอยู่ตามสถานีรถไฟในเมืองต่างๆ ซึ่งจะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 11.30 ไปจนถึง 19.00 น. การสำรองที่นั่งนี้สามารถทำได้โดยจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติมอีก สำหรับผู้จะใช้บัตร JR PASS ต้องไปจัดการแจ้งสำรองที่นั่งตรงสำนักงานตั๋ว (TICKET OFFICE)  ในอาคารของสถานีรถไฟ JR ทุกแห่งซึ่งก็จะมีสัญลักษณ์แสดงเอาไว้ให้เห็น สำนักงานตั๋ว หรือเรียกว่าMIDORI NO MADOGUCHI เมื่อไปถึงแล้วก็แสดงบัตร JR PASS ให้กับเจ้าหน้าที่จากนั้นก็รอรับบัตรที่มีการระบุเบอร์ที่นั่งไว้ให้ เพื่อรอขึ้นขบวนรถไฟต่อไป

วิธีการสำรองที่นั่งที่ช่องหน้าต่างสีเขียว (TICKET OFFICE)

ข้อควรรู้ : ถ้าหากว่าที่นั่งสำรองเต็มแล้ว คุณก็ยังสามารถไปใช้บริการที่นั่งแบบไม่สำรองที่นั่ง (เป็นตั๋วชนิดที่ไม่มีการระบุที่เลขที่นั่ง)  ถ้าหากว่าคุณจองแบบนี้จะไม่มีการคืนค่าสำรองที่นั่งให้ และการสำรองที่นั่งจะต้องทำภายหลังจากที่คุณได้บัตร JR Pass มาเรียบร้อยแล้ว และไม่สามารถใช้สำรองจากภายนอกประเทศได้ ยกเว้นจาก JR EAST SHINKANSEN ซึ่งก็จะสำรองที่นั่งผ่านเวบไซท์ http://jreast-shinkansen-reservation.eki-net.com ครับ
ประเภทของ JR Rail Pass

1. JR Pass ประเภทแบบใช้ได้ทั่วทุกภาคของญี่ปุ่น  จากเหนือสุดไปจนถึงใต้สุด โดยจะมีจำหน่ายแต่เฉพาะนอกประเทศเท่านั้นไม่สามารถซื้อภายในญี่ปุ่นได้

 

 

อัตราค่าโดยสารนั้นจะขึ้นอยู่กับระยะเวลา(ไม่เกี่ยวกับระยะทาง)ตามตารางต่อไปนี้ครับ

 

Japan Rail PassOrdinaryGreen
AdultsAdults
7 วัน 28,30037,800
14 วัน 45,10061,200
21 วัน 57,70079,600

***หากเป็นเด็กอายุตั้งแต่ 6-11 ปี จะคิดอัตราครึ่งราคา***

2. JR Pass ชนิดแบ่งภาค  ตั๋วแบบนี้จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการจะเดินทางแบบเจาะจงไปยังภาคใดก็ตามของญี่ปุ่นแบ่งออกเป็น 4 ภาคคือ

– ภาคเหนือ JR Hokkaido Rail Pass

– ภาคตะวันออก JR East Rail Pass

– ภาคตะวันตก JR West Rail Pass

– ภาคใต้ JR Kyushu Rail Pass ซึ่งมีอัตราค่าโดยสารขึ้นอยู่กับระยะเวลาเช่นกัน

 

JR Hokkaido Rail Pass (ภาคเหนือ)
จะใช้ได้กับรถไฟ JR ฮอกไกโดทุกสาย รวมไปถึงรถบัสของ JR ด้วย แบบนี้จะมีจำหน่าย ทั้งภายนอกและภายในปญี่ปุ่นเอง ตามศูนย์บริการท่องเที่ยว(Travel Center) ในสถานีของ JR เช่นที่ Hakodate, Kushiro, Obihiro,Sapporo Asahikawa,  และที่สถานี New Chitose Airport ครับ

 

JR HOKKAIDO RAIL PASS

 

TypeOrdinaryFirst class
3 วัน15,000 21,500
flexible 4 วัน 19,50027,000
5 วัน19,50027,000

 

สามารถดูรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติ่มได้ที่นี่ครับ  www.jrhokkaido.co.jp

 

JR East Rail Pass (ภาคตะวันออก)
จะใช้ได้กับรถไฟที่มีอยู่ทั้งหมด 72 สายของ JR East ที่เส้นทางจะเชื่อมกับภูมิภาคตะวันออกเฉียง
เหนือ คือเริ่มจากสนามบินนานาชาตินาริตะและโตเกียวครับ สอบถามเพิ่มเติมที่ JR East Infoline โทรศัพท์. 03-3423-0111 (ในเวลา 10.00 น. -18.00 น.)
และตรวจสอบตารางเวลาของรถได้ที่เวบไซท์ http://www.hyperdia.com

JR EAST RAIL PASS

TypeOrdinaryFirst class
Adults
(age 26 and over)
Young
(age 12-25)
Adults
(age 26 and over)
5 วัน20,00016,00028,000
10 วัน32,00025,00044,800
flexible 4 วัน20,00016,00028,000

 

ดูรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติ่มได้ที่ www.jreast.co.jp

 

JR West Rail Pass (ภาคตะวันตก)
จะมี 2 เขต ด้วยกััน คือ คันไซพาส และซันโยพาส โดยคันไซพาสจะใช้ได้กับรถเร็วที่ขึ้นจากสนามบินคันไซเพื่อไปยังโอซาก้า รวมทั้งเขตเกียวโต,โกเบ,นารา ที่ตั้งซึ่งอยู่ในเขตคันไซ แต่ก็จะยกเว้นรถไฟด่วนพิเศษชินคันเซนหรือรถด่วนขบวนอื่นๆ ในญี่ปุ่นจะมีแต่เฉพาะประเภท 1 วันเท่านั้น ส่วนแบบอื่นๆ จำเป็นจะต้องซื้อจานอกญี่ปุ่นครับ

JR WEST RAIL PASS

TypeKansai Area PassSanyo Area Pass
AdultsAdults
1 วัน2,000 
2 วัน4,000 
3 วัน5,000 
4 วัน6,00020,000
8 วัน 30,000

 

ไปดูรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้จาก www.westjr.co.jp/english/global.html ครับ

ส่วนทางด้านของซันโยพาส จะสามารถใช้ได้กับรถไฟ JR West ทุกสาขา แล้วก็รวมไปถึงรถไฟด่วนพิเศษชินคันเซนด้วย โดยจะรวมถึงรถด่วนที่มาจากสนามบินคันไซเพื่อไปยังโอซาก้า นอกจากนี้ก็ยังสามารถต่อไปถึง โอกายาม่า,ฮิโรชิม่า และนฟุกุโอกะได้ครับ

 

JR Kyushu Rail Pass (ภาคใต้)

จะสามารถใช้ได้กับรถไฟของ JR ทุกสาย ที่ไปยังเมืองต่างๆที่อยู่ทางภาคใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งก็ยังรวมไปถึงรถด่วนพิเศษ(สายคิวชูชินคันเซน) ตั๋วชนิดนี้จะมีจำหน่ายนอกญี่ปุ่น หากคุณจะใช้งานก็ให้นำเอาไปแลกเป็นบัตรได้ที่ Joy Road ซึ่งก็เป็นตัวแทนของ JR 

โดยตั้งอยู่ที่สถานีต่างๆ คุณสามารถดูตารางเวลาได้ที่ www.japanrail.com

JR – KYUSHU RAIL PASS

TypeOrdinary
3-วัน13,000
5-วัน16,000

ดูรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่ www.jrkyushu.co.jp

 

การเดินทางที่อยู่ในระยะใกล้ภายในเมือง
         สำหรับคนที่อยากมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองการเดินทางโดยรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน วิธีการใช้รถไฟฟ้าในเมืองหรือรถไฟใต้ดินนั้น ควรจะต้องซื้อบัตรหรือไปซื้อตั๋วที่เครื่องขายตั๋วเมื่อเดินผ่านช่องทางเข้าของชานชาลา พนักงานของสถานีก็จะหนีบตั๋วของคุณและคืนให้ หรือไม่อย่างนั้น คุณก็จะต้องสอดตั๋วลงไปในช่องของเครื่องปั๊มอัตโนมัติ และเมื่อเข้าไปแล้วก็จะต้องเก็บตั๋วเอาไว้ให้ดีอย่าทิ้งไปเด็ดขาด เพราะว่าจะต้องทำการคืนตั๋วเมื่อถึงที่หมายและจะออกจากสถานี(เหมือนกับการขึ้นรถไฟฟ้าบ้านเรา)

               โดยถ้าหากที่สถานีไม่ได้มีแผนผังในการบอกระยะทาง รวมทั้งราคาเป็นภาษาอังกฤษ คุณควรซื้อตั๋วที่มีราคาถูกเอาไว้ก่อนครับ แล้วจากนั้นจึงค่อยไปจ่ายเพิ่มหากว่ามีส่วนที่ยังขาดอยู่ เมื่อถึงสถานีปลายทางของท่าน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ๆจะทำการปรับราคาตั๋วให้ถูกต้องเอง

               รถไฟ JR รวมทั้งรถไฟใต้ดินแทบทุกขบวน จะมีป้ายแสดงบอกถึงชื่อสถานีซึ่งก็มีทั้งภาษาญี่ปุ่น รวมทั้งภาษาอังกฤษด้วยที่ชานชาลา โดยสังเกตว่าชื่อสถานีจะเขียนด้วยอักษรขนาดใหญ่อยู่ที่บริเวณกลางป้าย แต่หากว่าเป็นสถานีข้างเคียงที่จะไปถึงหรือสถานีที่ได้ผ่านมาแล้วตัวอักษรก็จะมีขนาดเล็กลงกว่าเดิมครับ และอยู่ใต้ชื่อของสถานี หรือไม่อย่างนั้นก็จะก็เรียงชื่อสถานีตามลำดับก่อนและหลัง รถไฟของ JR จะบริการรถไฟที่เป็นระยะทางไกลสายหลักที่จะไปต่อยังชานเมืองใหญ่ที่ต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วรถไฟที่เป็นของเอกชนนั้นจะมีระยะทางในการให้บริการอยู่ภายใน 100 กิโลเมตร เพื่อที่จะเชื่อมโยงการเดินทางของเมืองใหญ่กับชานเมืองหรือบริเวณพื้นที่ๆมีีสถานที่ท่องเที่ยวเอาไว้ เช่นหากคุณไปเที่ยวโตเกียวหรือโอซาก้า ก็จะมีบริการของรถไฟลอยฟ้ารวมทั้งรถไฟใต้ดิน เพื่อใช้เป็นพาหนะสำหรับการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังต่างๆด้วยซึ่งก็สะดวกมากครับ

วิธีการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในเมืองโตเกียว

            หากว่าคุณมาเที่ยวโตเกียวก็จะมีบัตรประเภทเหมาเป็นรายวันชนิดต่างๆ ซึ่งหาซื้อได้จากเครื่องขายบัตรแบบอัตโนมัติที่ตั้งอยู่สถานีรถไฟหรือไปซื้อที่JR Travel agency (View Plaza) ก็ได้เช่นกัน

บัตรสำหรับโดยสาร 1 วัน เพื่อใช้เดินทางในโตเกียว มีดังนี้

1. บัตรรถไฟฟ้ารอบเมือง (Tokunai pass) ราคา 730 เยน
บัตรสำหรับผู้ใหญ่สามารถใช้ได้กับทั้งรถไฟฟ้ารอบเมืองสายJR Lines ได้ทั้ง 23 เขตของกรุงโตเกียว

2. บัตรรถโดยสารสายโทเอ (Toei one day Economy Pass) ราคา 700 เยน
บัตรสำหรับผู้ใหญ่ก็จะใช้ได้กับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินของสายโทเอทุกสายเช่นกัน นอกจากนี้ก็ยังรวมไปถึงรถเมล์และรถรางก็ได้ด้วยครับ (สาย Toei Arakawa)

3. บัตรสำหรับรถไฟฟ้าใต้ดิน (Tokyo Metro one day open ticket) ราคา 710 เยน
บัตรสำหรับผู้ใหญ่สามารถใช้โดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินสายโตเกียวเมโทรได้ทุกสาย

*** ถ้าหากคุณซื้อบัตรมาจากสนามบินนาริตะราคาจะอยู่ที่ 600 เยน ซึ่งก็ถูกกว่าซื้อจากโตเกียว***

4. บัตรโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน (Tokyo Metro-Toei Chikatetsu ichinichi Joshaken) ราคา 1,000 เยน
จะใช้ได้กับรถไฟฟ้าใต้ดินเมโทรและโทเอได้ทุกสายเลยครับ

5. บัตรสำหรับรถไฟฟ้ารอบเมืองพร้อมกับรถไฟฟ้าใต้ดิน (Tokyo Free Kippu)ราคา 1,580 เยน
บัตรชนิดนี้ใช้ได้กับรถไฟฟ้ารอบเมืองโตเกียวสาย JR Line หรือจะใช้กับรถไฟฟ้าใต้ดินรวมไปถึงรถเมล์ได้ทุกสายในส่วนของโตเกียว เมโทรและของโทเอ  ไม่เพียงแค่นี้ยังใช้กับอีกทั้งรถรางโทเดนที่ให้บริการรวม 23 เขตของกรุงโตเกียวด้วยครับ

6. บัตรชนิด Suica Card จะเป็นลักษณะของบัตรเติมเงินในการเดินทางและซื้อหาได้สะดวก วิธีการใช้งานก็เพียงแค่แตะบัตรตรงเซนเซ่อร์ตรงประตูทางผ่านระบบก็จะทำการคำนวณค่าโดยสารแบบอัตโนมัติซึ่งคุณควรจะเติมเงินก่อนที่จะนำไปใช้ และก็ไม่ใช่เพียงแค่กับรถไฟ JR เท่านั้น ยังเอาไปใช้ได้กับรถที่เป็นของเอกชนได้เกือบทุกสายและรถประจำทางด้วย

               สำหรับบัตร Suica&N’EX นั้นน่าสนใจมาก มีราคาอยู่ที่ 3,500 เยน ซึ่งราคานี้ก็จะรวมค่ารถไฟด่วนของ Narita Express รวมไปถึงส่วนของค่ารถอื่นๆด้วย  คุณสามารถนำไปใช้สำหรับโดยสารรถด่วน JR ไปที่สถานี โตเกียว,ชินจูกุและอิเคบูคุโร่  ซึ่งสามารถเติมเงินลงบัตรได้จากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติซึ่งมีให้บริการอยู่ ให้สังเกตสัญลักษณ์สีเขียว Suica จะอยู่ในสถานีของ JR รวมทั้ง สายเอกชน และรถไฟฟ้าใต้ดินครับ
อ่านรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ www.jreast.co.jp/e/suica-nex/

 

การเดินทางโดยรถไฟฟ้าในเมืองเกียวโต (Kyoto)
สำหรับเมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโต นั้นจะมีจำหน่ายบัตรขึ้นรถเมล์ 1 วัน หรือ City Bus One Day Card ราคา 500เยน ซึ่งใช้เดินทางได้กับรถในเมืองเกียวโตเกือบทุกสาย(ยกเว้นรถเมล์ของ JR) เป็นราคาที่คุ้มค่ามากเพราะประหยัดเงินได้ดีสำหรับคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง  เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆในเกียวโตได้ตามความพอใจ

 

การเดินทางโดยรถไฟฟ้าในเมืองโอซาก้า (Osaka)
สำหรับที่เมืองโอซาก้าจะมีจำหน่ายบัตรประเภท One Day Pass ราคา 850 เยน ซึ่งสามารถซื้อได้สะดวกมากที่เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติที่ตั้งอยู่ตามสถานีรถไฟใต้ดิน โดยเอาไปใช้เดินทางเที่ยวไปทั่วเมืองได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็ยรถโดยสาร,รถไฟใต้ดินหรือNew Train แต่ยกเว้นสาย JR ซึ่งเอาไปใช้ไม่ได้ครับ

 

การเดินทางแบบประหยัดในเมืองต่าง ๆ แถบภูมิภาคคันไซ
บัตรโดยสารในภูมิภาคคันไซแบบประหยัด
• บัตร “Surutto Kansai”
บัตร 1 วัน ราคา 2,000 เยน สามารถซื้อได้ที่ศูนย์ข่าวสารประจำโอซาก้า (Osaka Visitor Information Center) ที่ตั้งอยู่ในสถานี Namba เบอร์โทรศัพท์. 06-6643-2125 หรือจะไปที่สถานี Shin Osaka Tennoji Umeda ก็ได้ครับ

• บัตร “Surutto Kansai 2 or 3 Days”
บัตรโดยสารอายุการใช้งาน 2 วัน  ราคา 3,800 เยน
บัตรโดยสารอายุการใช้งาน 3 วัน  ราคา 5,000 เยน

           สำหรับผู้ใหญ่ สามารถนำไปใช้ได้กับรถไฟฟ้าหรือรถเมล์ของเอกชนทุกสาย ในภูมิภาคคันไซ คือ
Shiga (Hiezen) Kyoto Nara Osaka Kobe (Himeji), Wakayama (Koyosan) ซึ่งเวลาจะซื้อบัตรล่วงหน้าหรือใช้ในวันเดินทางนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องแสดงหนังสือเดินทางด้วยครับ

• บัตร “Kintetsu Rail Pass”
ราคาของบัตรจะอยู่ที่ 3,500 เยน เป็นราคาสำหรับผู้ใหญ่ 1 คน ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้ได้กับรถไฟเอกชนสาย Kintetsu ได้ 3 ครั้ง ภายใน 5 วัน ซึ่งการเดินทางจะครอบคลุมเขต Kansai,Chubu จาก Nagoya Mie,Kyoto Nara (Mt. Yoshino) รวมไปถึง Osaka ด้วย

 

การโดยสารรถเมล์(รถประจำทาง)
          สำหรับการเดินทางโดยการใช้บริการรถเมล์โดยซื้อบัตรแยก เมื่อขึ้นรถแล้วจะต้องดึงบัตรออกมาจากที่รับบัตรด้วยตัวเอง ซึ่งบนบัตรโดยสารนั้นจะมีการระบุตัวเลข ซึ่งก็จะหมายถึงค่าโดยสารรถของคุณจะอยู่ในโซนใด ส่วนนี้ก็แล้วแต่ว่าขึ้นมาจากจุดใด โดยทางด้านหน้ารถก็จะมีป้ายบอกราคาค่าโดยสารแสดงอยู่ ซึ่งก็จะเปลี่ยนค่าโดยสารไปเรื่อยๆ เป็นไปตามระยะทางของรถ โดยหากบัตรมีเลข 3 แสดงอยู่บนแผงแสดงราคาหน้ารถ ค่าโดยสารก็จะแสดงในช่องที่มีเลข 3 จากนั้นคุณก็หยอดค่าโดยสารตามจำนวนลงไปในกล่องเงินสดที่อยู่ด้านข้างที่นั่งของพนักงานขับรถ(ไม่มีกระเป๋ารถเมล์นะครับ) แล้วจากนั้นก็จึงลงจากรถเมื่อถึงที่หมาย

          ส่วนใครกลัวจะงงก็ควรจะขอให้พนักงานโรงเแรมที่พักนั้น บอกว่าให้ช่วยเขียนสถานที่ๆต้องการจะลงเป็นภาษาญี่ปุ่น ก็จะช่วยให้การเดินทางด้วยรถบัสทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

 

การเดินทางโดยใช้รถแท็กซี่
           นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางโดยเฉพาะหากเป็นในเมืองใหญ่ๆ การใช้บริการของแท็กซี่นั้นจะสะดวกมาก (ไม่เหมือนกับบ้านเรา) การเรียกรถแท็กซี่นั้นมีวิธีการง่ายๆก็คือดูก่อนว่าไฟแดงที่อยู่ตรงมุมขวาล่างของกระจกกันลมด้านหน้ารถนั้น มีแสงไฟสีแดงหรือไม่ถ้ามีแสดงว่าว่างแต่ถ้าหากเป็นสีอื่นแสดงว่ามีคนจองแล้ว  โดยเมื่อแท็กซี่จอดแล้วคนขับจะเปิดประตูอัติโนมัติก็ให้ไปนั่งตรงด้านเบาะหลังทางซ้ายของรถ  ค่าโดยสารก็จะเป็นไปตามมิเตอร์ โดย 2 กม.แรกนั้นราคา 710 เยน ท่านเพียงชำระค่าโดยสารตามมิเตอร์เท่านั้น โดยคิดตามระยะทางเริ่มต้นที่ 2 กิโลเมตรแรก 710 เยน แต่หากเป็นช่วงเวลาหลัง 23.00 น.ไปจนถึง 05.00 น. นั้นค่าโดยสารจะแพงขึ้นถึง 30%  โดยคุณไม่จำเป็นต้องให้ทิปครับ

 

และนี่ก็คือวิธีการเดินทางต่างๆที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่นครับ จะเห็นว่าไม่ยากเลยเพราะระบบการเดินทางของที่นี่มีอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว หากว่ามาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองก็คงไม่ยากจนเกินไปนัก แต่หากว่ามาใครยังกลัวๆการมากับบริษัททัวร์ญี่ปุ่นก็คงจะเดินทางได้ง่ายมากกว่านี้ครับ

 

ที่มา http://www.yokosojapan.org/th

Advertisement

Comments

1 COMMENT