สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นนั้นมีมากมายหลายที่ๆน่าสนใจและไม่ควรพลาดเพราะมีรีวิวใน pantip หลายครั้ง โดยที่แรกที่เราขอนำเสนอว่าไม่ควรพลาดนั่นคือพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) ครับ

              ซึ่งประวัติของพระราชวังอิมพีเรียล แต่เดิมมีชื่อว่า พระราชวังเอโดะ  เป็นหนึ่งในสถานท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยพระราชวังแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่กรุงโตเกียวเมืองหลวงของประเทศ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เมจิอีกด้วย

                แต่เดิมพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นหมู่บ้านของชาวประมงเล็กๆที่ชื่อ เอโดะ  ก่อนที่ต่อมาจะถูกวางแผนเพื่อใช้เป็นฐานที่มั่นทางยุทธศาสตร์ของรัฐบาลทหาร  ทำให้ในเวลาไม่นานนักเอโดะจึงเกิดการเจริญเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆด้าน แต่หลังจากที่ญี่ปุ่นได้เข้าสู่ยุคปฏิรูปทำให้ระบอบการปกครองแบบดั้งเดิมที่มีการสืบทอดกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปีนั่นคือระบอบที่ปกครองโดยมีโชกุนลง (ค.ศ.1868)  ทำให้สมเด็จพระจักรพรรดิทรงทำการย้ายเมืองหลวงของประเทศจากเดิมที่เคยอยู่ที่เกียงโต มาอยู่ที่เอะโดะแทน จนกระทั่งได้มีการเปลี่ยนชื่อของเมืองในภายหลังว่า “โตเกียว” อย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบันและก็ยังคงใช้ที่นี่จึงเป็นศูนย์กลางทางการราชการของประเทศ และต่อมาปราสาทเอะโดะก็ถูกเปลี่ยนชื่อให้เป็น  พระราชวังอิมพิเรียล  นั่นเอง

Advertisement

               โดยพื้นที่โดยรอบของพระราชวังอิมพีเรียลนั้นมีขนาดกว้างใหญ่นั้น ถูกล้อมไปด้วยคูน้ำซึ่งมักจะถูกใช้เป็นเหมือนเครื่องป้องกันการโจมตีของข้าศึกเช่นเดียวกับปราสาทอื่นๆในญี่ปุ่น โดยเป็นกำแพงหินขนาดใหญ่ล้อมรอบตัวปราสาท  ตามปรกตินั้นการจะเข้าชมพระราชวังจะทำได้แต่เฉพาะส่วนภายนอกเท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปถึงพระราชฐานด้านในได้ แต่จะมีการยกเว้นในโอกาสพิเศษคือวันที่ 23 ธันวาคม ที่เป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และวันที่ 2 มกราคม ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่เท่านั้นที่จะมีการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าชมภายในพระราชวังอิมพิเรียล  และในโอกาสนี้ก็เป็นเวลาที่สมเด็จพระจักพรรดิและพระบรมวงศานุวงศ์จะใช้โอกาสในการพบและอวยพรประชาชนซึ่งถือว่าเป็นทำเนียมปฏิบัติของทุกๆปี

            โดยไฮไลท์ของพระราชวังอิมพีเรียล  นั้นที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดก็คือส่วนของด้านหน้าพระราชวัง ที่มีสะพานเหล็กคู่ ซึ่งตัวสะพานจะเชื่อมเข้าไปสู่บริเวณของเขตพระราชวังอิมพีเรียล ซึ่งจะเรียกกันว่าเมกะเนะบาชิ (Meganebashi) ที่มีความหมายว่า “สะพานแว่นตา”   อีกที่หนึ่งภายในพระราชวังที่เป็นจุดสำคัญของการมาเที่ยงพระราชวังแห่งนี้ก็คือ สวนฝั่งตะวันออก ( Imperial Palace East Gardens) โดยเฉพาะคนที่หลงใหลในการจัดสวนแบบญี่ปุ่นเพราะที่นี่มีความสวยงามมากและได้รับการดูแลรักษาดอกไม้ รวมถึงพรรณไม้ชนิดต่างๆเป็นอย่างดี โดยมีความเก่าแก่มาตั้งแต่ครั้งยังเป็นปราสาทเอะโดะ ก่อนที่จะการก่อสร้างพระราชวังอิมพีเรียลด้วยซ้ำที่สำคัญยังสามารถเข้าชมได้ฟรีๆอีกต่างหากด้วย

         
          เที่ยวญี่ปุ่น pantip กับ Best Travel Japan  จึงขอนำเสนอพระราชวัง พระราชวังอิมพิเรียล  เป็น1ในสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ห้ามพลาดเด็ดขาด โดยจะมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองหรือจะมากับบริษัททัวร์ต่างๆก็ได้เช่นกัน

Cr:https://www.flickr.com/photos/rocrowley/

                   สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นนั้นมีมากมายหลายที่ๆน่าสนใจและไม่ควรพลาดเพราะมีรีวิวใน pantip หลายครั้ง โดยที่แรกที่เราขอนำเสนอว่าไม่ควรพลาดนั่นคือพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) ครับ               ซึ่งประวัติของพระราชวังอิมพีเรียล แต่เดิมมีชื่อว่า พระราชวังเอโดะ  เป็นหนึ่งในสถานท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยพระราชวังแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่กรุงโตเกียวเมืองหลวงของประเทศ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เมจิอีกด้วย                 แต่เดิมพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นหมู่บ้านของชาวประมงเล็กๆที่ชื่อ เอโดะ  ก่อนที่ต่อมาจะถูกวางแผนเพื่อใช้เป็นฐานที่มั่นทางยุทธศาสตร์ของรัฐบาลทหาร  ทำให้ในเวลาไม่นานนักเอโดะจึงเกิดการเจริญเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆด้าน แต่หลังจากที่ญี่ปุ่นได้เข้าสู่ยุคปฏิรูปทำให้ระบอบการปกครองแบบดั้งเดิมที่มีการสืบทอดกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปีนั่นคือระบอบที่ปกครองโดยมีโชกุนลง (ค.ศ.1868)  ทำให้สมเด็จพระจักรพรรดิทรงทำการย้ายเมืองหลวงของประเทศจากเดิมที่เคยอยู่ที่เกียงโต มาอยู่ที่เอะโดะแทน จนกระทั่งได้มีการเปลี่ยนชื่อของเมืองในภายหลังว่า “โตเกียว” อย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบันและก็ยังคงใช้ที่นี่จึงเป็นศูนย์กลางทางการราชการของประเทศ และต่อมาปราสาทเอะโดะก็ถูกเปลี่ยนชื่อให้เป็น  พระราชวังอิมพิเรียล  นั่นเอง                โดยพื้นที่โดยรอบของพระราชวังอิมพีเรียลนั้นมีขนาดกว้างใหญ่นั้น ถูกล้อมไปด้วยคูน้ำซึ่งมักจะถูกใช้เป็นเหมือนเครื่องป้องกันการโจมตีของข้าศึกเช่นเดียวกับปราสาทอื่นๆในญี่ปุ่น โดยเป็นกำแพงหินขนาดใหญ่ล้อมรอบตัวปราสาท  ตามปรกตินั้นการจะเข้าชมพระราชวังจะทำได้แต่เฉพาะส่วนภายนอกเท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปถึงพระราชฐานด้านในได้ แต่จะมีการยกเว้นในโอกาสพิเศษคือวันที่ 23 ธันวาคม…

รีวิว

การเดินทาง - 9.4
ความน่าสนใจ - 9.7
ความสะดวกสบาย - 9.6

9.6

รวม

พระราชวังอิมพีเรียลเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของญี่ปุ่นเช่นเดียวกับพระบรมมหาราชวังของประเทศไทยเรา เพราะฉะนั้นที่นี่จึงไม่ควรพลาดในการไปชมครับโดยเฉพาะสวนดอกไม้ที่สวยงามมากจริงๆสำมารถนำมาปรับใช้เป็นไอเดียในการแต่งสวนที่บ้านได้ด้วย

User Rating: 4.45 ( 1 votes)
10

Imperial Palace
view directions

Advertisement

Comments